Wemby แบกตาม 2-1 เวมบันยามาระเบิดฟอร์ม พาสเปอร์สบุกดับนิกส์ถึงถิ่น NBA Finals
Wemby แบกตาม 2-1 หลัง วิคเตอร์ เวมบันยามา ระเบิดฟอร์ม 32 แต้มนำ San Antonio Spurs บุกชนะนิวยอร์ก นิกส์ 115-111 ไล่ตีตื้น NBA Finals 2026 เหลือ 2-1 เกม
ความหวังของ ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส ยังไม่ดับลงง่ายๆ หลัง วิคเตอร์ เวมบันยามา โชว์ผลงานระดับซูเปอร์สตาร์ กด 32 คะแนน พร้อม 8 รีบาวด์ และ 6 แอสซิสต์ พาทีมบุกเฉือน นิวยอร์ก นิกส์ 115-111 ถึง เมดิสัน สแควร์ การ์เดน ในเกมที่ 3 ของศึก NBA Finals 2026
ชัยชนะนัดนี้ไม่เพียงช่วยให้สเปอร์สหลุดพ้นจากสถานการณ์หลังพิงฝา แต่ยังทำให้ซีรีส์กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หลังถูกนิกส์ออกนำไปก่อน 2-0 เกม โดยตอนนี้ทีมจากเท็กซัสไล่ตามมาเป็น 2-1 และยังมีโอกาสตีเสมอซีรีส์ในเกมถัดไป
Wemby แบกตาม 2-1 พาสเปอร์สกลับเข้าสู่เส้นทางลุ้นแชมป์
ตลอดทั้งเกม เวมบันยามาแสดงให้เห็นว่าทำไมเขาจึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นแห่งอนาคตของลีก NBA
เจ้าของส่วนสูง 224 เซนติเมตร เริ่มต้นเกมอย่างดุดันตั้งแต่ต้น ทำคะแนนสองฟิลด์โกลแรกของทีมจากการดังก์อันทรงพลัง ก่อนจะค่อยๆ คุมจังหวะเกมทั้งในเกมรุกและเกมรับ
หลังจากพลาดสำคัญในช่วงท้ายเกมที่ 2 จนทำให้สเปอร์สพ่ายแพ้ เวมบันยามากลับมาแก้ตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะในควอเตอร์สุดท้ายที่เขากดคนเดียว 10 คะแนน ช่วยรักษาความได้เปรียบเอาไว้จนจบเกม
สเตฟอน คาสเซิล เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่ช่วยแบ่งเบาภาระ ทำเพิ่ม 23 คะแนน ขณะที่ ดีแอรอน ฟ็อกซ์ ยิงลูกสำคัญหลายจังหวะในช่วงท้ายเกม ส่งผลให้สเปอร์สรอดพ้นจากการตกอยู่ในสถานการณ์ตามหลัง 0-3 เกม ซึ่งไม่เคยมีทีมใดในประวัติศาสตร์ NBA พลิกกลับมาคว้าแชมป์ได้
มิตช์ จอห์นสัน เฮดโค้ชของสเปอร์ส กล่าวหลังเกมว่า ทุกคนในทีมคาดหวังอยู่แล้วว่าเวมบันยามาจะตอบสนองด้วยผลงานระดับนี้ หลังจากความผิดหวังในเกมก่อนหน้า
นิกส์หยุดสถิติชนะรวด 13 เกม หลังเจอเกมรับสเปอร์สเล่นงาน
ก่อนลงสนามเกมนี้ นิวยอร์ก นิกส์ กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของฤดูกาล
ทีมของ ไมค์ บราวน์ ชนะมาแล้ว 13 เกมติดต่อกันในรอบเพลย์ออฟ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถิติชนะรวดยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ NBA Playoffs
บรรยากาศในมหานครนิวยอร์กเต็มไปด้วยความคึกคัก แฟนบอลจำนวนมากเชื่อว่าทีมรักของพวกเขาอาจปิดซีรีส์ได้แบบกวาด 4 เกมรวด หลังมีเสียงเชียร์ “Knicks in Four” ดังไปทั่วเมืองตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม สเปอร์สเข้ามาหยุดกระแสความร้อนแรงดังกล่าวได้สำเร็จ
แม้ Jalen Brunson จะทำได้ 32 คะแนน และ โอจี อานูโนบี เติมอีก 28 แต้ม แต่เกมรุกของนิวยอร์กกลับขาดความต่อเนื่องในช่วงเวลาสำคัญ โดยเฉพาะต้นควอเตอร์สุดท้ายที่ปล่อยให้คู่แข่งสร้างช่องว่างคะแนนได้หลายครั้ง
ด้าน คาร์ล-แอนโธนี ทาวน์ส ถูกจำกัดให้ทำได้เพียง 11 คะแนน ขณะที่ มิคาล บริดเจส ต้องเผชิญปัญหาฟาวล์สะสมตลอดทั้งเกม ส่งผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมของนิกส์ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
เกมพลิกไปพลิกมา ก่อนสเปอร์สปิดบัญชีท้ายเกม
แม้สเปอร์สจะออกสตาร์ตอย่างยอดเยี่ยมและนำห่างถึงสองหลักตั้งแต่ควอเตอร์แรก แต่นิกส์ก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
บรันสันและอานูโนบีช่วยกันพาทีมกลับมาแซงนำ 64-57 ในช่วงพักครึ่ง ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มของแฟนบอลกว่า 19,000 คนภายในสนาม
อย่างไรก็ตาม ครึ่งหลังกลายเป็นช่วงเวลาของทีมเยือน
สเปอร์สค่อยๆ ไล่ทวงโมเมนตัมคืน ก่อนที่ คาสเซิล จะยิงสามแต้มสำคัญให้ทีมนำ 111-104 ในช่วงไม่ถึงสองนาทีสุดท้าย
แม้นิกส์จะพยายามไล่กดดันจนเหลือเพียงสองคะแนนในช่วงท้าย แต่ลูกโทษของคาสเซิลขณะเหลือเวลา 6.8 วินาทีก็กลายเป็นแต้มปิดเกมที่ช่วยการันตีชัยชนะให้ทีมเยือนในที่สุด
นอกจากนี้ เกมดังกล่าวยังได้รับความสนใจอย่างมากจากเหล่าคนดังที่เข้าชมในสนาม ไม่ว่าจะเป็น โดนัลด์ ทรัมป์, เดเรก จีเตอร์ และ อีไล แมนนิง ซึ่งต่างเดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยานในเกมสำคัญของซีรีส์
บทสรุป Wemby แบกตาม 2-1 ซีรีส์ยังเปิดกว้าง
ชัยชนะเกมที่ 3 ทำให้คำว่า Wemby แบกตาม 2-1 กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงทั่ววงการ NBA หลัง วิคเตอร์ เวมบันยามา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผู้เล่นแฟรนไชส์ตัวจริง ด้วยผลงาน 32 คะแนนในเกมที่กดดันที่สุดของฤดูกาล
แม้นิกส์ยังคงเป็นฝ่ายนำซีรีส์ 2-1 และได้เปรียบเรื่องเสียงเชียร์ในบ้าน แต่สเปอร์สได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขายังไม่ยอมแพ้ และหากเวมบันยามายังคงรักษาฟอร์มระดับนี้เอาไว้ได้ ซีรีส์ NBA Finals 2026 อาจเปลี่ยนทิศทางได้ทุกเมื่อ
เกมที่ 4 จึงกลายเป็นอีกหนึ่งแมตช์สำคัญที่อาจชี้ชะตาของซีรีส์ และเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของทั้งสองทีมในการไล่ล่าแชมป์ NBA สมัยล่าสุด
#อัพเดททันทุกข่าวกีฬา
#ข่าวบาสเกตบอลวันนี้
#ข่าวฟุตบอลอัปเดตล่าสุด

