Atlanta Hawks พญาเหยี่ยวคืนชีพ ชนะ 10 เกม
ใครจะไปเชื่อละครับว่าทีมอย่าง Atlanta Hawks จะสามารถชนะ 10 เกมติดได้ โดยที่ทีมเพิ่งจะเทรด Star ตัวดังๆของทีมไป นับเป็นอีกหนึ่งความชงนสงสัยของแฟนบาสหลายคน ว่าเหตุฉไนฟอร์มการเล่นของ ทีมพญาเหยี่ยว ถึงไฉไลเช่นนี้ ผมคงต้องบอกว่าการที่ทีมเทรด Star ไป มันกลับกลายเป็นว่าทุกคนในทีมนั้นช่วยกันเล่นมากขึ้น ไม่ต้องไปพึ่ง play อย่าง isolation ให้มากมาย แต่เน้น Teamwork เป็นหลักไปเลย จากเหมือนก่อนที่ต้องรอ Hero Play ตอนนี้กลายเป็นทีมที่นิยามได้ว่า เล่นเป็นระบบและเล่นเพื่อกันและกันแทน ถือว่านี่เป็นทีมพญาเหยี่ยวในเวอร์ชั่นที่ บาลานซ์ที่สุดในรอบหลายปี แต่ก่อนจะไปเจาะลึก เรามาดูประวัติทีมนี้คร่าวๆกันก่อน
1946-1955 : จุดเริ่มต้น
ทีมพญาเหยี่ยวที่ก่อตั้งขึ้นราวปี 1946 สมัยนั้นใช้ชื่อว่า Tri-Cities Blackhawks เป็นหนึ่งในทีมยุคบุกเบิกก่อนที่จะมี NBA เสียอีก (เรียกได้ว่าแก่กว่า NBA เยอะ) จากนั้นต่อไปในปี 1951 ทีมย้ายไป Milwaukee และย้ายอีกในปี 1955 ไปที่ St. Louis เรียกว่าเป็นช่วงพเนจรของจริง
1955-1968 : ชุดแชมป์ประวัติศาสตร์
เรียกได้ว่ายุคนี้อาจจะเป็นยุคเดียวที่เรียกว่า ประสบความสำเร็จ ได้เต็มปาก เพราะทีมสามารถดราฟต์ตำนานอย่าง Bob Pettit เข้ามา จนพาไปทีมไปชิง NBA Finals หลายต่อหลายครั้ง จนมาปี 1958 ก็สามารถล้มโครตอย่าง Boston Celtics ลงและคว้าแชมป์ไปครองอย่างสวยงาม
1982-1994 : ยุค Dominique Wilkins
นี่เป็นยุคที่แฟนบาสหลายๆคนน่าจะเริ่มรู้จักทีมนี้ เพราะทีมได้คว้าตัว Dominique Wilkins เข้ามา เรียกได้ว่าเขาคนนี้แหละทีมทำให้แฟนบาสหลายๆคนหันมาชื่นชอบทีมนี้ ด้วยฉายาของเขา Human Highlight Film ทุกการทำคะแนน ทุกการ Dunk ล้วนสามารถเป็นไฮไลต์ได้หมด เด็กๆในยุคนี้ถ้า search หาไฮไลต์ NBA ยุคก่อนดู ผมเชื่อว่ายังไงก็มีคลิปเพลย์สวยๆของ Wilkins ติดมาอย่างแน่นอน แต่ทีมนี้ก็ไปไม่เคยถึงฝั่งฝัน ทีมสามารถชนะ 50 เกมต่อฤดูกาลได้หลายครั้ง สถิติที่ดีที่สุดคือในปี 1986-87 สามารถชนะได้ 57 เกม แต่ก็ไม่เคยถึง Finals เลย ส่วนใหญ่จะตกตั้งแต่รอบเพลย์ออฟ
1995-2014 : ยุคกลางตาราง
หลังจากหมดยุคของ Wilkins แล้ว ทีมก็ลุ่มๆดอนๆ กลายเป็นทีมที่ไม่ค่อยมีใครสนใจ Star ดังๆตอนนั้นก็ไม่มี ผลงานส่วนใหญ่ทำได้แค่เข้าเพลย์ออฟแล้วก็ไปแพ้ตกรอบซ้ำๆ แต่หลังจากนี้แหละเหมือนทีมจะสามารถกลับมาได้ในยุคต่อไป
2014-2015 : สถิติชนะ 60 เกม
จะเรียกว่าฤดูกาล 2014-15 คือฤดูกาลที่ดูดีที่สุดนับตั้งแต่คว้าแชมป์เมื่อปี 1958 ก็ว่าได้เพราะทีมสามารถเก็บสถิติชนะ 60 เกมในฤดูกาลปกติได้โดยที่ไม่มี Superstar เลยแต่อาศัย Teamwork และแผนการเล่นที่ลงตัวจนสามารถทะลุเข้าไปชิงแชมป์สาย East ได้สำเร็จ แต่อนิจจาโชคชะตาช่างเล่นตลก พวกเขาดันไปเจอกับ Cleveland Cavaliers โดยการนำทัพของ Superstar ระดับลีคอย่าง Lebron James ตบซะร่วง 4-0 ไปแบบหมดสภาพ
2016-2020 : Rebuild
หลังจากผิดหวังมาจากปีที่แล้ว ผู้บริหารทีมตัดสินใจรื้อทีมใหม่หมด คงเพราะคิดได้ว่าหากทำทีมแบบนี้ต่อไปถึงเข้าเพลย์ออฟไปก็โดนตบกลับมาอยู่ดี ตอนนั้นทีมเลยเลือกที่จะปล่อยตัวหลักๆออกไปหมดและเริ่มนับหนึ่งใหม่ จนมาในปี 2018 ทีมดราฟต์ เทร ยัง เข้ามาเป็นตัวความหวังของแฟรนไชส์
2021 : Cinderella Run
ใครจะเชื่อละครับว่าผ่านมาเพียงแค่ 6 ปี ทีมพญาเหยี่ยวจะสามารถเข้าชิงแชมป์สายได้อีกครั้ง โดยการนำของ Ice Trae ที่แจ้งเกิดแบบเต็มตัว การยิง 3 แต้มที่ไกลมากๆ จนแฟนบาสตอนนั้นแห่ไปเปรียบเทียบกับยอดมือยิงอย่าง Stephen Curry ว่าสเตปการยิงนั้นแม่นเหมือนกันหยังกับแกะ โดยทีมพญาเหยี่ยมสามารถโค่นได้ทั้ง Knicks และ 76ers ที่มี Star ดังล้นทีม
2022-2024 : ฟอร์มแกว่ง
จากที่ทำแฟนๆเซอร์ไพรส์เมื่อปีที่แล้ว ผู้คนต่างคาดหวังว่านี่แหละคือ ยุคทองของทีมพญาเหยี่ยว แต่ความฝันและความหวังนั้นมันก็แค่ลมๆแล้งๆ เพราะหลังจากเข้าชิงแชมป์สายได้ตอนนั้น พอฤดูกาลถัดๆมา ทีมเริ่มกลับสู่สภาพเดิม ฟอร์มแกว่ง ผู้เล่นไม่สามารถเค้นฟอร์มที่ดีออกมาได้ ถึงจะเข้าเพลย์ออฟได้แต่ก็จอดแค่รอบแรกเท่านั้น ผู้บริหารจึงเริ่มหาหนทางใหม่อีกครั้งโดยขั้นแรกทีมได้ทำการดึงตัว Quin Snyder โค้ชยอดฝีมือเข้ามากอบกู้ทีมให้กลับมามีความหวังอีกครั้ง
2025-ปัจจุบัน : เริ่มใหม่ (อีกแล้ว)
ในปัจจุบันอย่างที่ทุกคนรู้กันว่าทีมเริ่ม ยุคใหม่ อีกครั้งแล้ว และด้วยผลงานที่ชนะมา 10 เกมติด ทำให้แฟนบาสหลายๆคนเริ่มกลับมามองทีมนี้ใหม่อีกครั้ง
Atlanta Hawks กับความสมดุล
หลังจากเราไปทัวร์ประวัติศาสตร์ของทีม Atlanta Hawks กันมาแล้ว คราวนี้มาดูปัจจุบันกันบ้างดีกว่า อย่างที่เกริ่นไปก่อนหน้านี้ว่า ทีมสามารถเล่นได้ดีแม้ไม่มีผู้นำทีม อย่างแรกที่เราต้องชื่นชมคือ กึ๋น ของเฮดโค้ช ที่สามารถปรุงแต่งทีมได้ลงตัวอย่างมาก แผนเกมรับเยี่ยม เกมรุกก็ช่วยกันเต็มที่ ไม่ว่าจะตัวจริงหรือตัวสำรอง อย่างในยุคที่มีผู้นำทีมอย่าง เทร ยัง ใครๆก็ต่างรู้ดีว่า พี่เทรนั้นเป็นบ่อน้ำมันในเกมรับขนาดไหน ด้วยความสูงที่ 188 ซม. ซึ่งถือว่าเตี้ยมากในการแข่งขันระดับ NBA ถึงแกจะมีเกมรุกที่ดีขนาดไหน แต่เกมรับก็ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อชัยชนะจริงๆ หากเป็นบ้านเราการที่มีส่วนสูงขนาดนี้ถือว่าได้เปรียบมากๆเลย แต่ NBA ที่ลีคบังคับให้ประกบกันแบบ Man to Man ทำให้เรื่องของส่วนสูงนั้นเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง นี่เลยอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ Hawks ไม่สามารถไปถึงฝั่งฝันซักทีก็เป็นได้
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ทีมนี้กลายเป็นทีมที่ลงส่วนหนึ่งมาจากผู้เล่นในทีมที่เมื่อได้รับโอกาสพวกเขาก็สามารถทำมันได้อย่างดี ยกตัวอย่างเช่น
Jalen Johnson ดราฟท์อันดับที่ 20 ที่แทบจะไม่มีใครพูดถึงหรือสนใจเลย ตอนนี้กลับกลายเป็น All-Star Material เต็มตัว เกมรุกครบ เกมรับเอาอยู่ วิ่งไม่มีหมด
Onyeka Okongwu กลายเป็น Center ที่ทีมไม่สามารถขาดได้ ด้วยร่างกายที่แข็งแรง เกมรับดี รีบาวด์เด่น และช่วงหลังๆนี่ความนิ่งจัดเต็มไปเลย เกมบีบๆก็ทำอะไรแกไม่ได้
Nickeil Alexander-Walker จากปกติพี่แกเด่นในเรื่องเกมรับ พอทีมขาด Star ไปแกกลับกลายเป็นตัวทำแต้มของทีมไปเลย เรียกได้ว่าเป็น 2 way player ที่น่าจับตามองมากๆในช่วงนี้ ไม่รู้ว่าแกแอบไปเรียนวิชาจากญาติ MVP อย่าง Shai Gilgeous-Alexander มาหรือเปล่า
นี่เป็นเพียงผู้เล่นส่วนหนึ่งที่ทำผลงานได้โดดเด่นอย่างมากในช่วงนี้ ยังมีอีกหลายคนที่ผมยังไม่ได้พูดถึงไม่ว่าจะเป็น Jonathan Kuminga ที่เพิ่งย้ายมาใหม่ หรืออย่าง Dyson Daniels นี่ก็ทำผลงานได้ดีเช่นกัน ผมคิดว่าทีมที่มีการเล่นแบบนี้แหละโครตอันตราย ไม่ต้องพึ่งพาคนใดคนหนึ่งแต่เป็นหึ่งพากันทุกคนในทีมมากกว่า ต่างคนต่างรู้หน้าที่ของตัวเองว่าต้องทำอะไรถึงจะพาทีมไปสู่ชัยชนะ
Trae Young แม้จะจากไปแต่ทิ้งประโยชน์ไว้มากมาย
จะไม่พูดถึงเลยก็ไม่ได้สำหรับคนนี้ Trae Young จากอดีตเด็กปั้นของทีมสู่การโดนเทรดที่เรียกว่าช็อคกันทั้งวงการ อย่างหนึ่งเลยที่เราปฎิเสธไม่ได้คือ ฝีมือแกเป็นของจริง ด้วยดีกรี All Star 4 สมัย (2020 , 2022 , 2024 ,2025) และยังติด All-NBA Third Team (2022) และ All-Rookie First Team (2019) อีก คือไม่ใช่ว่าแค่แกดังอย่างเดียวแต่เก่งด้วย ช่วงพีคๆนี่สามารถทำแต้มระดับ 30 แต้ม กับอีก 10 แอสซิสต์ ได้เลย แต่อย่างว่าฝีมืออย่างเดียวมันอาจจะไม่พอสำหรับลีคนี้ แกประสบปัญหาอาการบาดเจ็บเรื้อรังค่อนข้างบ่อย แถมเกมรับเกมยังช่วยทีมไม่ได้มากด้วย คู่แข่งเวลาเจอแกมักใช้เทคนิคการ mismatch อยู่บ่อยๆทำให้เพื่อนในทีมต้องคอยไปช่วย ทีนี้มันก็เลยจะมีคนว่างคนนึงเสมอทำให้ทีมเสียเปรียบคู่แข่งอย่างชัดเจน และอีกอย่างนึงคือแกเน้น Hero play มากเกินไป คือแกจะเป็นคนถือบอลที่ใช้เวลาค่อนข้างนานในแต่ละเพลย์ทำให้บางที เกมจากไหลๆลื่นๆอยู่ เป็นสะดุดซะอย่างนั้น ภาษาบ้านๆคือ อมบอลอะ ว่าง่ายๆ ทุกเพลย์แกต้องมีแกเป็นคนสร้างเกมเสมอ บางครั้งก็ดีแต่บางครั้งมันก็ทำให้เพื่อนเล่นลำบากด้วย
นี่แหละคือ เหตุผลที่ทำให้ทีมตัดสินใจเทรดแกออกไป แต่เหลือจะเชื่อสิ่งที่ได้กลับมาคือ CJ McCollum ที่อาจจะดู Plat style คล้ายๆ Trae แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย แกเป็นนักบาสที่ไม่ต้องใช้จังหวะเยอะแต่ยิงคม และยังมีความเป็นผู้นำทีมสูงด้วยประสบการณ์ของแกที่ผ่าน NBA มาแล้วหลายฤดูกาล ยิ่งทำให้เด็กๆในทีมมีคนคอยให้คำแนะนำเพิ่มขึ้นด้วย เราจะเห็นได้ว่าตอนแรกเหมือนทีมจะตัดสินใจ Buyout แกแต่ก็ไม่ทำเพราะแกเล่นเข้ากับระบบได้อย่างเหลือเชื่อ นี่แหละคือสิ่งที่พี่เทรแกทิ้งไว้ให้ พอไม่มีพี่เทรทีมเลยได้ CJ มาและเด็กๆในทีมเริ่มเฉิดฉาย แฟนๆ Hawks คงจะขอบคุณแกอยู่ไม่ใช่น้อย
Kristaps Porziņģis กับการเทรดที่ Win-Win
มาอีกหนึ่งเทรดที่เป็นส่วนสำคัญในการทำให้พญาเหยี่ยวชนะ 10 เกมติดได้คือการเทรด Kristaps Porziņģis ไป Golden State Warriors แลกกับ Jonathan Kuminga และ Buddy Hield นี่การเทรดที่ต่างฝ่ายต่างได้ผลประโยชน์ทั้งคู่ ทีมสะพานทองนั้นขาด Big man มาหลายปีดีดัก การได้น้องปอไปจะช่วยเติมเต็มทั้งเกมรับและรุก เพราะตัวแกเองสามารถยิง 3 คะแนนได้ในระดับที่น่าพอใจ และด้วยส่วนสูงของแกพอถึงช่วงเกมรับก็ถือว่าเป็นตัว Rim protector ที่ดีพอสมควร แม้รูปร่างอาจจะดูผอมแห้งแรงน้อยไปบ้าง แต่ด้วยประสบการณ์และฝีมือ ผมถือว่าทีมสะพานทองได้ของดีไปเลย กลับกันในส่วนของทีมพญาเหยี่ยวก็ดีไม่แพ้กัน เพราะถือว่าถือได้ทั้งตัวไดรฟ์เข้าไปทำแต้มวงใน และมือปืนที่พอจะไว้วางใจด้วย บวกกับการที่ทีมพัฒนารูปแบบการเล่นที่เน้น Team work เป็นหลักเลยทำให้ทีมยิ่งลงตัวเข้าไปอีก ดูได้จากการที่ทีมชนะ 10 เกม ถึงแม้ล่าสุดจะแพ้ไปกับ Rockets ก็ตาม แต่นี่ก็ถือว่าเป็นสัณญาณที่ดีที่ทีมจะได้นำประสบการณ์ไปใช้ในเกมถัดๆไป ด้วยพลังหนุ่มและกึ๋นของเฮดโค้ช ผมเชื่อเหลือเกมว่าทีมพญาเหยี่ยวจะไปได้ไกลยิ่งกว่านี้แน่นอน
แน่นอนครับผมไม่ได้พูดลอยแต่มีสรุปผลงานคร่าวๆมาให้ทุกคนได้ดูกัน
ภาพรวมผลงาน
- ชนะ 10 เกมติด
- ฟอร์มหลัง All-Star: ชนะ 11 จาก 12 เกม
- ทำแต้มเฉลี่ยประมาณ 119–120 แต้ม/เกม
- เสียแต้มประมาณ 108 แต้ม/เกม
- ผลต่างแต้มเฉลี่ย +10 ถึง +11 ต่อเกม
รูปแบบชัยชนะ (Game Pattern)
ชนะด้วย “เกมรุกจัดจ้าน”
- หลายเกมยิงทะลุ 120+ แต้ม
- มีเกมใหญ่ เช่น
- ชนะ Orlando Magic 124-112 (เกมที่ 10)
- ชนะ Milwaukee Bucks 122-99
- ชนะ Dallas Mavericks 135-120
เกมรับ “ดีขึ้นชัดเจน”
- จำกัดคู่แข่งต่ำกว่า 110 แต้มหลายเกม
- บังคับ turnover ได้เยอะ (เช่นเกมเจอ Bucks)
- มีช่วง “ควอเตอร์ 3” ที่ชอบเร่งเกมหนี
คุมเกมได้ตั้งแต่ต้น
- หลายเกมขึ้นนำเร็วตั้งแต่ Q1
- บางเกมนำห่างถึง 20–30 แต้ม (เช่น Magic)
- ไม่ค่อยมีเกมไล่ตามแบบลุ้นหนัก
มีผู้เล่นฟอร์มพีคต่อเนื่อง
- Nickeil Alexander-Walker
→ เกมระเบิด 41 แต้ม (vs Magic) - Jalen Johnson
→ ทริปเปิ้ลดับเบิ้ลหลายเกม - CJ McCollum
→ เกมใหญ่ 30 แต้ม (vs Bucks)
ม้านั่งมีส่วนสำคัญ
- ตัวสำรองทำแต้ม + รักษาความเร็วเกม
- มี highlight อย่างลูกยิงครึ่งสนามของ Kuminga (vs Mavs)
เห็นไหมครับนี่แหละคือส่วนผสมอันลงตัวของทีมที่ดีและน่าลุ้น น่าติดตาม
สรุป Atlanta Hawks จะไปได้ไกลแค่ไหน
ถ้าดูจากฟอร์มปัจจุบันของ Atlanta Hawks ต้องบอกเลยว่านี่ไม่ใช่ทีมม้ามืดธรรมดา แต่เป็นทีมที่ “โครงสร้างมันใช่” ไปแล้ว
การชนะ 10 เกมติดไม่ใช่เรื่องฟลุ๊ค เพราะสิ่งที่เห็นมันคือ
– ระบบทีมที่ชัดเจน
– ผู้เล่นหลายคนพีคพร้อมกัน
– และเกมรับที่ยกระดับขึ้นจริง
คำถามคือ แล้วพวกเขาจะไปได้ไกลแค่ไหน?
ถ้ามองแบบไม่อวยเกินไป
Best Case (ดีที่สุด)
- จบ Top 5 ของสาย East
- ทะลุเข้ารอบ 2 เพลย์ออฟ
- ถ้าจังหวะดี + ไม่มีตัวเจ็บ อาจมีลุ้น “ช็อคทีมใหญ่”
Realistic (ความจริงที่สุด)
- ทีมยังขาด “Superstar ตัวปิดเกมระดับ MVP”
- เวลาถึงเกมเพลย์ออฟที่ต้องวัดกันเพลย์ต่อเพลย์
อาจยังเสียเปรียบทีมระดับหัวแถว
แต่
สิ่งที่น่ากลัวจริงๆ ไม่ใช่ปีนี้
แต่คือ “อนาคตของทีมนี้”
เพราะพวกเขา:
- ยังมีผู้เล่นอายุน้อยพัฒนาได้อีก
- ยังมีเพดานค่าเหนื่อยเหลือ
- และยังมีดราฟต์รอบแรกจาก New Orleans Pelicans ที่พร้อมเอามาเติมทีม
พูดง่ายๆคือ “นี่ไม่ใช่ทีมที่พีคแล้ว…แต่นี่คือทีมที่กำลังขึ้น”

