Bam Adebayo กับเกม 83 แต้ม
ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับ Bam Adebayo และแฟน ๆ ของ Miami Heat กับเกมประวัติศาสตร์ที่แฟนบาสทั่วโลกต้องหันมามองอีกครั้ง เพราะการระเบิดฟอร์มทำ 83 คะแนนในเกมเดียว ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นกันง่าย ๆ ในลีกที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์แบบ NBA
เกมนี้ทำให้ Bam กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ทำแต้มได้มากที่สุดในหนึ่งเกมของประวัติศาสตร์ลีกทันที และแน่นอนว่ามันถูกนำไปเปรียบเทียบกับเกมระดับตำนานของผู้เล่นยุคก่อน ๆ อย่างรวดเร็ว แต่ถ้ามองลึกลงไป สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ใช่แค่ตัวเลข 83 คะแนน เท่านั้น
สิ่งที่น่าสนใจจริง ๆ คือ “โครงสร้างของแต้ม” ที่เกิดขึ้นในเกมนี้ เพราะถ้าแยกออกมาดูแบบชัด ๆ จะพบว่า
83 แต้มของ Bam มาจาก
-
21 แต้ม จากสามคะแนน
-
26 แต้ม จากสองคะแนน
-
36 แต้ม จากลูกโทษ
ตัวเลขนี้กำลังบอกอะไรบางอย่างกับเรา
มันกำลังสะท้อนว่า รูปแบบการทำแต้มของ NBA ยุคใหม่ กำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน และเกมนี้ก็เหมือนตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของแนวคิดนั้น
ถ้าดู Shot Profile ของเกมนี้แบบง่าย ๆ จะเห็นว่า Bam เลือกยิงแค่ 3 โซนหลักเท่านั้น
- สามคะแนน
- การจบใกล้ห่วง
- ลูกโทษ
และทั้งสามอย่างนี้คือ Shot ที่มี Efficiency สูงที่สุดในบาสเกตบอลยุคปัจจุบัน
พูดง่าย ๆ คือ นี่ไม่ใช่แค่เกมที่ทำแต้มเยอะ แต่มันคือ เกมที่สะท้อนทิศทางของ NBA ยุคใหม่แบบเต็ม ๆ
Bam Adebayo สูตรสำเร็จของ Efficiency ในยุคใหม่
หนึ่งในจุดที่ทำให้เกม 83 แต้มของ Bam Adebayo น่าสนใจมากคือ รูปแบบการยิงที่แทบจะไม่มี Long Midrange เลย ซึ่งถ้าเป็นบาสยุคก่อน เราอาจจะคุ้นเคยกับการเห็นผู้เล่นทำแต้มจากระยะกลางเยอะมาก
แต่ในยุคของ Analytics Basketball หรือการใช้สถิติวิเคราะห์เกม นักวิเคราะห์จำนวนมากพบว่า Long Midrange เป็นหนึ่งในช็อตที่มี Efficiency ต่ำที่สุดในสนาม ทีมระดับท็อปของลีกจึงเริ่มปรับระบบเกมบุกใหม่
แทนที่จะพยายามยิงทุกพื้นที่ของสนาม พวกเขาจะเลือกยิงเฉพาะจุดที่ให้ Expected Points สูงที่สุด
ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็น
-
สามคะแนน
-
Layup / Dunk
-
Free Throw
หรือพูดง่าย ๆ ว่า
ยิงสาม / จบใต้แป้น / เรียกฟาล์ว
และเกมของ Bam ก็สะท้อนแนวคิดนี้แบบชัดเจนมาก
การทำแต้ม 83 แต้มครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการยิงยาก ๆ เต็มสนาม
แต่เกิดจากการเลือกเล่น “ช็อตที่คุ้มที่สุด” ซ้ำแล้วซ้ำอีก
นี่แหละคือหัวใจของสิ่งที่หลายคนเริ่มเรียกว่า
Play Efficiency
แนวคิดที่ว่า
การบุกแต่ละครั้งต้องสร้างมูลค่าสูงที่สุดต่อการครองบอล
ถ้าทีมสามารถสร้าง Value per Possession ได้สูงกว่าคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง
สุดท้ายผลการแข่งขันก็มีแนวโน้มจะเอียงมาทางทีมคุณเอง
และเกมนี้ของ Bam ก็เหมือนเป็น Case Study ขนาดใหญ่ของ Efficiency Basketball เลยทีเดียว
Kobe Bryant ชื่อนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อพูดถึงเกมทำแต้มระดับประวัติศาสตร์ หลายคนคงนึกถึงเกม 81 คะแนนของ Kobe Bryant ในปี 2006 ที่ยังคงเป็นหนึ่งในเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ NBA
ในเกมนั้น โคบี้ แทบจะทำทุกอย่างด้วยตัวเอง
ยิงสาม
ยิงระยะกลาง
ทะลุเข้าไปทำแต้มใต้แป้น
มันคือเกมที่สะท้อน สไตล์บาสยุค 2000s อย่างชัดเจน
ยุคนั้นผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์จะถูกคาดหวังให้สามารถ
- สร้างช็อตเอง
- ยิงจากทุกพื้นที่
- แบกทีมในสถานการณ์ยาก ๆ
แต่ถ้าเทียบกับเกมของ Bam ในวันนี้ เราจะเห็นความแตกต่างชัดเจนมาก เกมบุกยุคใหม่ไม่ได้เน้นแค่
“ใครยิงเก่งที่สุด”
แต่เน้นว่า “ใครสร้าง Possession ที่มีประสิทธิภาพที่สุด”
ในเชิงสถิติ
สามคะแนนมีค่า 3 แต้ม
Layup มีเปอร์เซ็นต์ลงสูง
Free Throw มี Variance ต่ำ
ดังนั้นถ้าผู้เล่นสามารถสร้างสถานการณ์เหล่านี้ได้บ่อย ค่าเฉลี่ยแต้มต่อการบุกก็จะเพิ่มขึ้นทันที
นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนมองว่า เกม 83 แต้มของ Bam ไม่ได้แค่ยิ่งใหญ่
แต่มันยังสะท้อนว่า วิธีการทำแต้มของ NBA กำลังวิวัฒน์ไปอีกขั้นหนึ่ง
Miami Heat กับแนวคิด Play Efficiency ที่กำลังเติบโตในลีก
อีกประเด็นที่หลายคนพูดถึงหลังเกมนี้คือ จำนวน Free Throw ที่มหาศาล บางคนมองว่ามันเยอะเกินไป บางคนก็รู้สึกว่ามันทำให้เกมดูไม่ลื่น แต่ถ้ามองจากมุมของสถิติ นี่อาจเป็น กลยุทธ์เกมบุกที่ฉลาดมาก
ตลอดช่วงประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา จำนวนฟาล์วใน NBA ต่อ 100 possession ลดลงอย่างต่อเนื่อง
จากประมาณ
-
22 ฟาล์ว ต่อ 100 possession
เหลือประมาณ
-
19 ฟาล์ว ต่อ 100 possession
หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ การเติบโตของสามคะแนน เมื่อ spacing ในสนามกว้างขึ้น การปะทะใต้แป้นก็ลดลงตามไปด้วย แต่ในขณะเดียวกัน ทีมที่สามารถ เรียกฟาล์วได้บ่อย ก็จะได้เปรียบทันที เพราะ Free Throw เป็นหนึ่งในช็อตที่มี Variance ต่ำที่สุดในบาสเกตบอล และนี่คือจุดที่แนวคิดหนึ่งเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในวงการวิเคราะห์
นั่นคือ
📊 PWI Impact
ซึ่งประกอบด้วย
-
Free Throw Rate
-
% Offensive Rebound
-
% Turnover
สามปัจจัยนี้มีผลโดยตรงต่อ
จำนวน possession และ efficiency ของทีม
ทีมระดับท็อปในลีกช่วงหลังอย่าง
มักจะมีค่า PWI Impact สูง และสิ่งที่เกมของ Miami Heat แสดงให้เห็นก็คือ การสร้าง Free Throw จำนวนมาก สามารถเพิ่ม Efficiency ของเกมบุกได้อย่างมหาศาล
สรุป ทำไมเกม 83 แต้มของ Bam Adebayo ถึงสะท้อนอนาคตของ NBA
สุดท้ายแล้ว เกม 83 แต้มของ Bam Adebayo อาจไม่ได้เป็นแค่เกมที่แฟนบาสจะจดจำเพราะตัวเลขมหาศาล
แต่มันกำลังบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับ ทิศทางของ NBA
ในอดีต ลีกเคยเข้าสู่ยุคของ Post Play ต่อมา ก็เข้าสู่ยุค Three-Point Revolution แต่ตอนนี้หลายคนเริ่มเชื่อว่า NBA กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่อาจเรียกว่า
Play Efficiency Era
ยุคที่การบุกไม่ได้วัดแค่ความสวยงามของช็อต
แต่วัดจาก
-
Value ต่อ possession
-
Variance ของการทำแต้ม
-
และความสามารถในการทำซ้ำได้
เกมของ Bam คือภาพสะท้อนของสิ่งนั้นอย่างสมบูรณ์
สามคะแนน
การจบใกล้ห่วง
และลูกโทษ
ทั้งหมดคือช็อตที่ให้ Efficiency สูงที่สุดในเกมบาสยุคปัจจุบัน
ดังนั้นสำหรับผม นี่ไม่ใช่เรื่องของการเอาเกมยุคใหม่ไปเปรียบเทียบกับยุคก่อน หรือการดิสเครดิตผู้เล่นระดับตำนาน
เพราะทุกยุคมีบริบทของมันเอง แต่สิ่งที่พูดได้เต็มปากคือ เกม 83 แต้มของ Bam Adebayo คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดที่สุดของบาสเกตบอลยุคใหม่
และถ้าแนวโน้มของเกมยังคงพัฒนาไปในทิศทางนี้ ก็ไม่แน่ว่าในอนาคต เราอาจได้เห็นใครสักคนทำลายสถิติของ Bam Adebayo อีกครั้งก็เป็นได้

