เดอมาร์คัส คัสซินส์

เดอมาร์คัส คัสซินส์ กับ 7 ปีที่ Sacramento Kings

ย้อนเส้นทาง เดอมาร์คัส คัสซินส์ กับ Sacramento Kings ตลอด 7 ฤดูกาล จากดาวรุ่งความหวังสู่ผู้นำทีม พร้อมวิเคราะห์ปัญหาเรื่องอารมณ์และความสัมพันธ์กับองค์กร

บางครั้งสิ่งที่ขวางกั้นนักกีฬาจากการก้าวขึ้นไปเป็นระดับซูเปอร์สตาร์ ไม่ใช่ความสามารถในสนาม แต่เป็นสิ่งที่อยู่ในตัวของเขาเอง

เรื่องราวของ เขา เป็นหนึ่งในกรณีที่ชัดเจนที่สุดของ NBA เพราะตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับ Sacramento Kings ไม่มีใครตั้งคำถามถึงพรสวรรค์ของเขา

คัสซินส์มีทั้งพละกำลัง ทักษะการทำคะแนน ความสามารถในการเล่นโพสต์เกม การรีบาวด์ และความดุดันที่ทำให้เขาเป็นหนึ่งในเซ็นเตอร์ที่รับมือได้ยากที่สุดในลีก

แต่ในอีกด้านหนึ่ง เขาก็เป็นผู้เล่นที่มีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์อย่างต่อเนื่อง

Technical Fouls การโต้เถียงผู้ตัดสิน การมีปัญหากับเพื่อนร่วมทีม รวมถึงความขัดแย้งกับโค้ช ล้วนเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนคำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า “คัสซินส์เก่งแค่ไหน” อีกต่อไป

แต่อยู่ที่ว่า หากเขาสามารถควบคุมอารมณ์และจัดการกับความสัมพันธ์ภายในทีมได้ดีกว่านี้ อาชีพของเขาจะยิ่งใหญ่ได้มากเพียงใด

เดอมาร์คัส คัสซินส์ ดาวรุ่งที่ Kings เชื่อว่าจะเปลี่ยนอนาคตทีม

หลังจาก Sacramento Kings พลาดเข้าสู่รอบ Playoffs ติดต่อกันหลายฤดูกาล ทีมต้องการผู้เล่นที่จะเข้ามาเป็นศูนย์กลางของการสร้างทีมใหม่

คำตอบของพวกเขาคือการเลือก เดอมาร์คัส คัสซินส์ ด้วยดราฟต์อันดับ 5 ในปี 2010

ตั้งแต่ช่วงแรก คัสซินส์แสดงให้เห็นว่าเขามีศักยภาพเหนือกว่าผู้เล่นวัยเดียวกันหลายคน

เขาเล่นด้วยความแข็งแกร่ง มีทักษะรอบตัว และสามารถสร้างผลกระทบได้ทั้งเกมรุกและเกมรับ นั่นทำให้ Kings มองเห็นภาพของผู้เล่นแฟรนไชส์ที่สามารถพาทีมกลับเข้าสู่การแข่งขันระดับสูงได้

ปัญหาคือ ความดุดันที่เป็นจุดแข็งของคัสซินส์ กลับกลายเป็นจุดอ่อนที่ตามหลอกหลอนเขาไปตลอดช่วงเวลาที่ Sacramento

ฤดูกาลแรก: สัญญาณเตือนเริ่มปรากฏ

ในฤดูกาล 2010-11 คัสซินส์เริ่มมีปัญหากับการตัดสินของกรรมการอย่างต่อเนื่อง

เขามักแสดงอารมณ์เมื่อถูกเป่าฟาวล์ และมีจังหวะโต้เถียงกับผู้ตัดสินจนเสีย Technical Fouls หลายครั้ง

ปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสนาม เพราะความสัมพันธ์กับคนภายในทีมก็เริ่มมีรอยร้าว โดยเฉพาะกับโค้ช Paul Westphal

สำหรับผู้เล่นดาวรุ่ง เรื่องเหล่านี้อาจถูกมองว่าเป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ตามประสบการณ์

แต่สำหรับคัสซินส์ มันกำลังกลายเป็นรูปแบบพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำ

จากปัญหาส่วนตัว สู่ความขัดแย้งกับโค้ช

ฤดูกาลที่สอง ปัญหาของคัสซินส์ไม่ได้หายไป กลับยิ่งชัดเจนขึ้น

เขายังคงมีปัญหากับกรรมการ โดยเฉพาะเมื่อถูกเรียกฟาวล์ และหลายครั้งอารมณ์ทำให้เขาหลุดออกจากเกมจนส่งผลกระทบต่อการเล่นของทีม

สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือ เมื่ออารมณ์เข้ามาครอบงำ เขาไม่ได้เสียเพียงสมาธิของตัวเอง แต่ยังทำให้ทีมเสียโอกาสในเกมรับและเสียจังหวะสำคัญของการแข่งขัน

ความสัมพันธ์กับ Paul Westphal กลายเป็นประเด็นใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะถึงจุดแตกหักในฤดูกาล 2011-12

ในที่สุด Westphal ถูกปลดออกจากตำแหน่ง และเหตุการณ์ดังกล่าวยิ่งทำให้เกิดภาพจำว่าคัสซินส์มีอำนาจภายในองค์กรสูงกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับผู้เล่นอายุน้อย

จากนั้น Kings ต้องเริ่มต้นกระบวนการสร้างทีมใหม่อีกครั้ง

Keith Smart และการประคองสถานการณ์

ภายใต้ Keith Smart ทีมพยายามหาวิธีจัดการกับสถานการณ์โดยไม่ทำให้ปัญหาบานปลาย

คัสซินส์ได้รับพื้นที่และความไว้วางใจมากขึ้น แต่สิ่งที่ตามมากลับเป็นพฤติกรรมที่ควบคุมได้ยากกว่าเดิม

เขายังคงมีปัญหากับอารมณ์ มีความขัดแย้งกับคนรอบตัว และถูกลงโทษจาก NBA จากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมระหว่างเหตุการณ์นอกสนาม

เมื่อผู้เล่นคนสำคัญของทีมเริ่มมีอิทธิพลต่อทิศทางการทำงานของโค้ชมากเกินไป เส้นแบ่งระหว่าง “การสร้างทีมรอบดาวดัง” กับ “การปล่อยให้ดาวดังอยู่เหนือระบบ” ก็เริ่มเลือนราง

และในท้ายที่สุด Keith Smart ก็ไม่ได้อยู่กับทีมต่อ

Michael Malone คือโค้ชที่ทำให้ทุกอย่างเริ่มลงตัว

ฤดูกาล 2013-14 กลายเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจที่สุดช่วงหนึ่งในอาชีพของคัสซินส์กับ Sacramento

Michael Malone เข้ามารับตำแหน่งเฮดโค้ช และสามารถสร้างความสัมพันธ์กับคัสซินส์ได้แตกต่างจากคนก่อนหน้า

คัสซินส์ดูมีวินัยมากขึ้น ตั้งใจฝึกซ้อมมากขึ้น และเริ่มแสดงบทบาทความเป็นผู้นำภายในทีม

นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เห็นว่า ปัญหาของคัสซินส์ไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการเป็นผู้นำเสียทั้งหมด

เมื่อเขาเคารพโค้ชและเชื่อมั่นในระบบ เขาก็สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้เต็มที่

แต่ความสัมพันธ์ดังกล่าวกลับจบลงอย่างรวดเร็ว เมื่อ Kings ตัดสินใจปลด Malone ในช่วงฤดูกาล 2014-15

ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อน เพราะคัสซินส์เองแสดงความไม่พอใจต่อการตัดสินใจขององค์กรอย่างชัดเจน

ห้องแต่งตัวที่เคยเริ่มสงบจึงกลับเข้าสู่ความไม่แน่นอนอีกครั้ง

เมื่อ Kings เปลี่ยนโค้ชซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หลังการปลด Malone สถานการณ์ของทีมยิ่งซับซ้อนขึ้น

Tyrone Corbin เข้ามารับหน้าที่ชั่วคราว แต่ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นจากคัสซินส์ได้มากนัก

เมื่อผู้เล่นหลักของทีมไม่เชื่อมั่นในทิศทางขององค์กร ปัญหาจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องแท็กติกในสนามอีกต่อไป

ฤดูกาล 2015-16 George Karl เข้ามารับตำแหน่งเฮดโค้ช และความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายกลับกลายเป็นอีกหนึ่งความขัดแย้งครั้งใหญ่

คัสซินส์ไม่เห็นด้วยกับ Karl หลายเรื่อง ขณะที่ฝั่งโค้ชเองก็มีความกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลของดาวดังรายนี้ต่อทีม

ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นอย่างเปิดเผย และทำให้บรรยากาศภายใน Kings เต็มไปด้วยความตึงเครียด

แม้ผลงานส่วนตัวของคัสซินส์จะพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาด้านอารมณ์และวินัยก็ยังไม่หายไป

7 ฤดูกาล 6 โค้ช ก่อนจุดจบของยุคคัสซินส์

Dave Joerger คือโค้ชคนสุดท้ายที่ได้ทำงานร่วมกับคัสซินส์ใน Sacramento

เมื่อมาถึงฤดูกาล 2016-17 คัสซินส์ดูสุขุมขึ้นบางส่วน และสามารถทำงานร่วมกับ Joerger ได้ดีขึ้นกว่าในช่วงก่อนหน้า

แต่ปัญหาเดิมยังคงอยู่ โดยเฉพาะการปะทะคารมกับกรรมการและการควบคุมอารมณ์ระหว่างการแข่งขัน

ในมุมขององค์กร คำถามจึงเริ่มเปลี่ยนไป

ไม่ใช่เพียงว่า “เราจะสร้างทีมรอบคัสซินส์ได้หรือไม่?”

แต่เป็น “เราจะสร้างสภาพแวดล้อมที่มั่นคงได้อย่างไร หากผู้เล่นศูนย์กลางของทีมยังมีปัญหาเรื่องวินัยและอารมณ์อย่างต่อเนื่อง?”

สุดท้าย Kings เลือกคำตอบที่รุนแรงที่สุด นั่นคือการเทรดคัสซินส์ออกจากทีมในเดือนกุมภาพันธ์ 2017

มันเป็นการปิดฉาก 7 ฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ความขัดแย้ง และความพยายามขององค์กรในการหาวิธีทำให้ทุกอย่างลงตัว

ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว Kings เปลี่ยนเฮดโค้ชถึง 6 คน และมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารหลายครั้ง

คัสซินส์เองก็มี Technical Fouls จำนวนมาก รวมถึงการถูกไล่ออกจากการแข่งขันหลายครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาด้านอารมณ์ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์เล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว

พรสวรรค์ไม่เคยเป็นปัญหา แต่การควบคุมตัวเองต่างหาก

สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของคัสซินส์น่าเสียดาย คือเขาไม่ได้ขาดความสามารถ

ตรงกันข้าม เขามีพรสวรรค์มากพอที่จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์ที่ดีที่สุดของยุค

เขาสามารถทำคะแนน รีบาวด์ จ่ายบอล และเล่นเกมรุกได้หลากหลาย ขณะเดียวกันก็มีร่างกายที่แข็งแกร่งและความดุดันที่หาได้ยากในผู้เล่นตำแหน่งเดียวกัน

แต่บาสเกตบอลระดับ NBA ไม่ได้วัดกันเพียงความสามารถส่วนบุคคล

การเป็นผู้เล่นแฟรนไชส์หมายถึงการควบคุมอารมณ์ การยอมรับระบบ การสร้างความสัมพันธ์กับโค้ช และการทำให้เพื่อนร่วมทีมเชื่อมั่นว่า ทุกคนกำลังเดินไปในทิศทางเดียวกัน

คัสซินส์ทำสิ่งเหล่านี้ได้เป็นช่วง ๆ

และช่วงเวลาที่เขาทำได้ ทีมก็แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมได้จริง

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเรื่องราวของเขาจึงน่าเสียดายมากกว่าจะเป็นเพียงเรื่องของ “ผู้เล่นหัวร้อน”

วันที่ต้องจาก Sacramento และความรู้สึกว่าถูกหักหลัง

หลังถูกเทรดออกจาก Kings คัสซินส์แสดงความผิดหวังต่อองค์กรอย่างรุนแรง

เขารู้สึกว่าทีมเคยยืนยันว่าจะไม่เทรดเขา และมองว่าการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นโดยที่เขาไม่ได้รับรู้ล่วงหน้า

ขณะเดียวกัน คัสซินส์ก็ยืนยันถึงความผูกพันที่มีต่อเมือง Sacramento และแฟนบาสเกตบอลของทีม

สำหรับเขา การถูกเทรดไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ต้องการอยู่กับ Sacramento แต่เป็นเพราะความสัมพันธ์ระหว่างเขากับองค์กรเดินทางมาถึงจุดที่ไม่สามารถไปต่อได้

คำพูดของเขาหลังการเทรดจึงสะท้อนอีกด้านของเรื่องราว

ในมุมของคัสซินส์ เขาเป็นผู้เล่นที่ทุ่มเทให้กับทีมและลงเล่นทั้งที่ร่างกายไม่สมบูรณ์

แต่ในมุมขององค์กร พฤติกรรมของเขากลายเป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป

และนี่คือความขัดแย้งที่น่าสนใจที่สุดของเรื่องนี้

ทั้งสองฝ่ายสามารถพูดความจริงของตัวเองได้พร้อมกัน

คัสซินส์อาจรู้สึกว่าตัวเองถูกองค์กรทอดทิ้ง ขณะที่ Kings ก็อาจมองว่าการแยกทางคือวิธีเดียวที่จะทำให้ทีมเดินหน้าต่อ

บทสรุป: ถ้า เดอมาร์คัส คัสซินส์ คุมอารมณ์ได้ จะเกิดอะไรขึ้น?

เรื่องราวของ เดอมาร์คัส คัสซินส์ กับ Sacramento Kings จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของนักบาสเกตบอลที่มีปัญหากับโค้ชหรือกรรมการ

แต่มันคือบทเรียนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง “พรสวรรค์” กับ “วุฒิภาวะ”

คัสซินส์มีความสามารถมากพอที่จะเป็นผู้เล่นระดับแฟรนไชส์ และมีช่วงเวลาที่แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถเป็นผู้นำของทีมได้

แต่การควบคุมอารมณ์และความสัมพันธ์กับคนรอบตัวกลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญตลอดช่วงเวลาที่ Sacramento

7 ฤดูกาล 6 โค้ช และการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรหลายครั้ง จึงกลายเป็นภาพสะท้อนของยุคหนึ่งที่เต็มไปด้วยคำถามว่า ใครกันแน่คือปัญหาของ Kings

คำตอบอาจไม่ได้มีเพียงฝ่ายเดียว

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ทั้งองค์กรและตัวคัสซินส์ต่างมีส่วนในเรื่องราวนี้

สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดจึงไม่ใช่การที่ เดอมาร์คัส คัสซินส์ ต้องออกจาก Sacramento แต่คือการที่ผู้เล่นซึ่งมีพรสวรรค์ระดับสูงคนหนึ่ง ไม่สามารถสร้างความต่อเนื่องจากศักยภาพของตัวเองไปสู่ความสำเร็จในระดับทีมได้อย่างที่หลายคนเคยคาดหวัง

และคำถามว่า “ถ้าคัสซินส์ในวัยหนุ่มมีวุฒิภาวะทางอารมณ์มากกว่านั้น เขาจะไปได้ไกลแค่ไหน?”

อาจเป็นหนึ่งในคำถามที่ไม่มีวันมีคำตอบที่แน่ชัดในประวัติศาสตร์ NBA

#อัพเดททันทุกข่าวกีฬา
#ข่าวบาสเกตบอลวันนี้
#ข่าวฟุตบอลอัปเดตล่าสุด

Kick Ball

FAQ: กติกา Kick Ball ในบาสเกตบอล

Traveling

Traveling คืออะไร?

FAQ