New York Knicks เปิดฉากรอบรองชนะเลิศสายตะวันออกได้อย่างดุดัน หลังไล่ถล่ม Philadelphia 76ers ขาดลอย 137-98 ในเกมแรกที่เมดิสัน สแควร์ การ์เดน สร้างโมเมนตัมต่อเนื่องจากรอบแรกที่พวกเขากำลังร้อนแรงสุดขีด
เกมนี้แทบไม่มีช่วงเวลาให้ลุ้น เมื่อ นิกส์ เร่งเครื่องตั้งแต่ควอเตอร์แรก ก่อนทิ้งห่างถึง 23 แต้มในครึ่งแรก และปิดเกมตั้งแต่ต้นควอเตอร์สาม จนฝั่งซิกเซอร์สต้องยอมถอดตัวหลักออกพักก่อนหมดเวลา
บรันสันนำทัพโหด เกมรุกเฉียบ เกมรับแน่น
Jalen Brunson โชว์ฟอร์มระดับซูเปอร์สตาร์ ทำ 35 คะแนน จากการยิง 12/18 ครั้ง โดย 27 แต้มเกิดขึ้นในครึ่งแรก ช่วยให้ทีมควบคุมเกมได้ทั้งหมด
การเล่นพิคแอนด์โรลระหว่างบรันสันกับ มิทเชลล์ โรบินสัน กลายเป็นอาวุธเด็ดที่ซิกเซอร์สแก้ไม่ตก โดยนิกส์ทำแต้มจากแผนนี้ติดต่อกันหลายครั้งในช่วงต้นเกม
นอกจากนี้ตัวสนับสนุนอย่าง โอจี อานูโนบี, มิคาล บริดจ์ส และ Karl-Anthony Towns ก็ช่วยกันทำคะแนนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ทีมมีเปอร์เซ็นต์ชู้ตสูงถึง 74.4% ซึ่งเป็นสถิติระดับต้นๆ ในประวัติศาสตร์เพลย์ออฟ NBA
ซิกเซอร์สเกมรับพัง นิกส์ครองเกมแบบเบ็ดเสร็จ
แม้ Philadelphia 76ers จะพยายามปรับแผนเกมรับ ทั้งการสลับตัวประกบและใช้โซน แต่ไม่สามารถหยุดบรันสันได้ โดยมีผู้เล่นถึง 4 คนที่ถูกส่งมาประกบ แต่ก็ยังโดนเจาะอย่างต่อเนื่อง
ด้าน Joel Embiid และเพื่อนร่วมทีมไม่สามารถคุมจังหวะเกมได้ ทำให้ทีมเสียแต้มอย่างหนัก และกลายเป็นหนึ่งในเกมรับที่แย่ที่สุดของฤดูกาล
โค้ช Nick Nurse ยอมรับหลังเกมว่าทีมของเขา “ช้ากว่าทุกจังหวะ” และไม่สามารถรับมือกับความเร็วและการเคลื่อนที่ของนิกส์ได้เลย
นิวยอร์ก นิกส์ ฟอร์มแรงต่อเนื่อง ลุ้นสร้างประวัติศาสตร์
ผลงานของ นิวยอร์ก นิกส์ ในเพลย์ออฟปีนี้น่าจับตามองอย่างมาก หลังชนะ 5 จาก 7 เกม และมีผลต่างคะแนนเฉลี่ยสูงถึงกว่า 20 แต้มต่อเกม
ทีมมีความสมดุลทั้งเกมรุกและเกมรับ รวมถึงขุมกำลังที่ลงตัวทั้งตัวจริงและสำรอง ทำให้พวกเขาถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมเต็งลุ้นแชมป์ของปีนี้
หากยังรักษาฟอร์มระดับนี้ไว้ได้ นิกส์มีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในศึก NBA เพลย์ออฟ อย่างแท้จริง

