ความสำเร็จบนสนามอาจพา นิวยอร์ก นิกส์ ขึ้นไปถึงจุดสูงสุด แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะราบรื่นเมื่อถึงโต๊ะเจรจา ล่าสุดแฟรนไชส์จากนิวยอร์กตัดสินใจพักการพูดคุยเรื่องสัญญาฉบับใหม่กับผู้เล่นทั้งหมด รวมถึง Karl-Anthony Towns และ Josh Hart โดยให้เหตุผลว่าต้องการให้ทุกฝ่ายมีสมาธิกับการเตรียมทีมสำหรับฤดูกาลใหม่ ก่อนกลับมาเจรจากันอีกครั้งระหว่างการแข่งขัน
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงสี่วันหลัง Towns ออกมาเปิดเผยว่าการเจรจาสัญญาของตัวเองกำลังดำเนินไปได้ไม่ดีนัก ทำให้ประเด็นเรื่องค่าตอบแทนของหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของทีมกลายเป็นที่จับตา แม้การพักเจรจาจะยังไม่ได้หมายความว่าทั้งสองฝ่ายกำลังจะแยกทางกัน แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าการรักษาขุมกำลังชุดแชมป์อาจไม่ง่ายอย่างที่หลายคนคาดคิด
นิวยอร์ก นิกส์ กับช่องว่างสัญญา 76 ล้านดอลลาร์
ตามรายงานของ Ian O’Connor จาก The Athletic ระบุว่า Towns มีสิทธิ์ได้รับสัญญาสูงสุดระยะเวลา 4 ปี มูลค่าประมาณ 276 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ข้อเสนอจาก knick อยู่ที่ราว 200 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายมีส่วนต่างกันมากถึง 76 ล้านดอลลาร์
ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่ความแตกต่างเพียงเล็กน้อย เพราะหมายถึงการตัดสินใจเกี่ยวกับรายได้ของผู้เล่นในระยะยาว ขณะเดียวกันก็เป็นภาระค่าเหนื่อยที่สโมสรต้องนำไปคำนวณร่วมกับสัญญาของผู้เล่นคนอื่น
อย่างไรก็ตาม Towns ไม่ได้แสดงท่าทีว่าต้องการรับเงินสูงสุดตามสิทธิ์ของตัวเองเท่านั้น เขาเปิดรับแนวทางการลดค่าตอบแทนในลักษณะเดียวกับ Jalen Brunson ซึ่งเคยยอมรับข้อตกลงที่เอื้อต่อการสร้างทีม เพื่อช่วยให้สโมสรมีความยืดหยุ่นในการจัดการขุมกำลัง
ปัญหาจึงอยู่ที่ระดับของส่วนลดมากกว่าการปฏิเสธลดเงินโดยสิ้นเชิง เพราะสิ่งที่ knick ต้องการกับตัวเลขที่ Towns ยอมรับได้ยังไม่ตรงกัน
สำหรับ Towns การมีพื้นที่ตรงกลางระหว่างข้อเสนอ 200 ล้านดอลลาร์กับสัญญาสูงสุด 276 ล้านดอลลาร์ย่อมเป็นทางเลือกที่น่าพิจารณา โดยเฉพาะเมื่อเขาเพิ่งมีส่วนสำคัญในการพาทีมประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ และต้องการให้ค่าตอบแทนสะท้อนบทบาทของตัวเองอย่างเหมาะสม
เมื่อถูกถามว่าความสำเร็จดังกล่าวทำให้เขาสมควรได้รับสัญญาตามที่ต้องการหรือไม่ Towns ตอบกลับด้วยถ้อยคำประชดประชันว่า “No s–t, Sherlock” ซึ่งสื่อความหมายประมาณว่า เรื่องนี้ชัดเจนอยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้องถามย้ำ
คำตอบดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า Towns เชื่อว่าผลงานของตัวเองเป็นเครื่องพิสูจน์คุณค่า แต่ฝ่ายบริหารยังต้องพิจารณาว่าคุณค่านั้นควรแปลงเป็นตัวเลขในสัญญาเท่าใด
ทำไม นิวยอร์ก นิกส์ ถึงยังไม่พร้อมจ่ายเพิ่ม?
เบื้องหลังการเจรจาไม่ได้มีเพียงเรื่องผลงานของ Towns เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับโครงสร้างค่าเหนื่อยและความสามารถของทีมในการรักษาผู้เล่นระดับสูงหลายคนไว้พร้อมกัน
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ Second Apron ซึ่งเป็นระดับค่าเหนื่อยที่มาพร้อมข้อจำกัดเพิ่มเติมภายใต้กติกาการเงินของ NBA หาก knick ต้องการรักษาขุมกำลังสำหรับการแข่งขันระยะยาว ฝ่ายบริหารจำเป็นต้องคำนวณผลกระทบของสัญญาแต่ละฉบับอย่างรอบคอบ
การจ่ายเงินให้ Towns มากขึ้นจึงไม่ได้จบแค่การเพิ่มค่าเหนื่อยให้ผู้เล่นคนหนึ่ง แต่ยังอาจส่งผลต่อทางเลือกในการเสริมทีม การรักษาผู้เล่นคนอื่น และความยืดหยุ่นในการปรับปรุงขุมกำลังในอนาคต
นอกจากนี้ อายุของ Towns ก็เป็นอีกปัจจัยที่สโมสรต้องพิจารณา เขากำลังจะอายุครบ 31 ปีในเดือนพฤศจิกายน สัญญาระยะยาวจึงอาจครอบคลุมช่วงเวลาที่สภาพร่างกายและผลงานของผู้เล่นเปลี่ยนแปลงไปตามวัย
แน่นอนว่าไม่มีใครรับประกันได้ว่าผู้เล่นคนใดจะรักษามาตรฐานการเล่นไว้ได้ตลอดอายุสัญญา ฝ่ายบริหารจึงต้องชั่งน้ำหนักระหว่างผลงานที่เห็นในปัจจุบันกับความเสี่ยงทางการเงินในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การประเมินความเสี่ยงของสโมสรไม่ได้ทำให้ข้อเรียกร้องของ Towns หมดความสมเหตุสมผล เพราะในมุมของผู้เล่น ผลงานที่เกิดขึ้นจริงและบทบาทในการพาทีมประสบความสำเร็จย่อมเป็นส่วนสำคัญในการต่อรองค่าตอบแทนเช่นกัน
ทั้งสองฝ่ายจึงมีเหตุผลของตัวเอง และความท้าทายของ นิวยอร์ก นิกส์ คือการหาจุดสมดุลระหว่างการให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่มีผลงานโดดเด่นกับการรักษาโครงสร้างทีมให้แข่งขันในระดับสูงได้ต่อไป
พักเจรจาช่วงปรีซีซัน ช่วยลดแรงกดดันหรือยืดปัญหาออกไป?
เหตุผลที่สโมสรเลือกพักการเจรจาคือการให้ผู้เล่นและทีมงานมุ่งความสนใจไปที่การเตรียมตัวสำหรับฤดูกาลใหม่ แต่การตัดสินใจดังกล่าวก็ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า การเลื่อนพูดคุยออกไปจะช่วยลดแรงกดดันได้จริงหรือไม่
ช่วงปรีซีซันเป็นเวลาที่ทีมสามารถจัดการเรื่องภายในได้โดยยังไม่มีผลการแข่งขันในฤดูกาลปกติเข้ามาเพิ่มความตึงเครียด การหาข้อตกลงให้ชัดเจนตั้งแต่ช่วงนี้จึงอาจช่วยให้ทุกฝ่ายเริ่มต้นฤดูกาลด้วยความเข้าใจที่ตรงกันมากกว่า
ในทางกลับกัน หากการเจรจาถูกเลื่อนไปจนถึงระหว่างฤดูกาล ประเด็นดังกล่าวก็อาจกลับมาเป็นข่าวในช่วงที่ นิวยอร์ก นิกส์ ต้องรับมือกับการแข่งขันจริง ทั้งยังมีเป้าหมายสำคัญในการรักษามาตรฐานของทีมหลังประสบความสำเร็จ
อีกจุดที่น่าสังเกตคือการประกาศพักเจรจาเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลัง Towns เปิดเผยความไม่พอใจต่อสถานการณ์สัญญาของตัวเอง จังหวะเวลาดังกล่าวทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าฝ่ายบริหารกำลังส่งสัญญาณบางอย่างกลับไปยังผู้เล่นหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าการพักเจรจาครั้งนี้เป็นการตอบโต้คำพูดของ Towns โดยตรง จึงควรแยกข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นออกจากการคาดการณ์เกี่ยวกับเจตนาของสโมสร
สิ่งที่เห็นได้ชัดในตอนนี้คือ ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่ยอมรับร่วมกันได้ และการพักเจรจาก็ไม่ได้ทำให้ความแตกต่างด้านตัวเลขหายไป
แชมป์ไม่ได้ทำให้เรื่องเงินง่ายขึ้น เมื่อธุรกิจกับความผูกพันต้องเดินไปด้วยกัน
การเจรจาระหว่างผู้เล่นกับสโมสรเป็นเรื่องที่สะท้อนความแตกต่างระหว่างความรู้สึกกับการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อทีมเพิ่งผ่านความสำเร็จครั้งสำคัญร่วมกัน
ในมุมของ Towns เขาเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่แฟนบาสเกตบอลนิวยอร์กรอคอยมานาน และย่อมต้องการให้สัญญาฉบับใหม่สะท้อนคุณค่าของตัวเองในฐานะผู้เล่นคนสำคัญ
แต่สำหรับเจ้าของทีมและฝ่ายบริหาร ความสำเร็จที่ผ่านมาไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการตัดสินใจ เพราะสัญญาฉบับใหม่ยังมีผลต่อการวางแผนทีมในอีกหลายปีข้างหน้า
Jeff Van Gundy อดีตหัวหน้าโค้ชของ Knicks เคยอธิบายถึงความแตกต่างระหว่างความสัมพันธ์ในครอบครัวกับการทำงานในวงการกีฬา โดยชี้ให้เห็นว่าทีมกีฬาอาจตัดสินใจปล่อยตัวหรือเทรดสมาชิกออกไปได้ หากมองว่าเป็นประโยชน์ต่อสโมสร
แนวคิดนี้ไม่ได้หมายความว่าความผูกพันระหว่างผู้เล่นกับทีมไม่มีความสำคัญ แต่ชี้ให้เห็นว่าความสัมพันธ์ที่ดีไม่ได้รับประกันว่าทั้งสองฝ่ายจะเห็นตรงกันในเรื่องสัญญาเสมอไป
กรณีของ Derek Jeter ตำนานนักเบสบอล New York Yankees เป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนภาพนี้ได้ดี แม้เขาจะมีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์ World Series ถึงห้าครั้ง แต่การเจรจาสัญญาในปี 2010 ก็เต็มไปด้วยความตึงเครียด ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันได้ที่สัญญา 3 ปี มูลค่า 51 ล้านดอลลาร์
Jeter ยอมรับในเวลาต่อมาว่าเขารู้สึกโกรธกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการเจรจา แม้ท้ายที่สุดจะสามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ก็ตาม
กรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ต่อให้ผู้เล่นมีสถานะเป็นตำนานหรือมีส่วนสร้างความสำเร็จให้ทีมมากเพียงใด ก็ไม่ได้หมายความว่าการเจรจาสัญญาฉบับใหม่จะปราศจากความขัดแย้ง
สำหรับ นิวยอร์ก นิกส์ สถานการณ์ของ Towns จึงไม่ใช่เพียงการตัดสินใจว่าจะยอมจ่ายเงินเพิ่มอีกเท่าไร แต่ยังเป็นบททดสอบว่าทีมจะรักษาความสัมพันธ์กับผู้เล่นคนสำคัญ พร้อมกับบริหารขุมกำลังภายใต้ข้อจำกัดทางการเงินได้อย่างไร
มูลค่า 12,800 ล้านดอลลาร์ กับคำถามว่าทีมควรจ่ายเท่าไร
อีกประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้ได้รับความสนใจคือมูลค่าของแฟรนไชส์ Knicks ซึ่ง Sportico ประเมินไว้ที่ประมาณ 12,800 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวทำให้เกิดคำถามว่าทีมที่มีมูลค่าสูงขนาดนี้ควรยอมจ่ายเพิ่มเพื่อรักษาผู้เล่นที่มีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จหรือไม่
อย่างไรก็ตาม มูลค่าของสโมสรไม่ใช่สิ่งเดียวกับงบประมาณค่าเหนื่อยที่สามารถนำมาใช้ได้โดยไม่มีข้อจำกัด ทีม NBA ยังต้องบริหารเงินเดือนและปฏิบัติตามกฎทางการเงินของลีก ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการสร้างทีมระยะยาว
ในอีกด้านหนึ่ง มูลค่าของแฟรนไชส์ก็ไม่ได้ทำให้ข้อเรียกร้องของ Towns กลายเป็นเรื่องเกินสมควรโดยอัตโนมัติ ผู้เล่นมีสิทธิ์ประเมินคุณค่าของตัวเองและต่อรองผลตอบแทน ขณะที่สโมสรก็มีสิทธิ์กำหนดเพดานความเสี่ยงที่พร้อมยอมรับ
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ว่าใครถูกหรือผิด แต่เป็นการหาข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายมองว่าสอดคล้องกับผลประโยชน์ของตัวเองมากที่สุด
หาก Knicks ต้องการรักษาผู้เล่นแกนหลักไว้พร้อมเดินหน้าลุ้นแชมป์ต่อไป การตัดสินใจเรื่องสัญญาของ Towns ย่อมต้องเชื่อมโยงกับแผนการสร้างทีมทั้งหมด ไม่ใช่พิจารณาจากตัวเลขของผู้เล่นเพียงคนเดียว
บทสรุป นิวยอร์ก นิกส์ ต้องเลือกว่าจะรักษา Towns ด้วยเงื่อนไขแบบไหน
การพักเจรจาต่อสัญญาของ knick ยังไม่ได้หมายความว่า Karl-Anthony Towns จะต้องย้ายออกจากทีม แต่สถานการณ์ปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายยังมีช่องว่างสำคัญที่ต้องหาทางแก้ไข
Towns ต้องการค่าตอบแทนที่สะท้อนผลงานและบทบาทของตัวเอง ขณะที่สโมสรต้องคำนึงถึง Second Apron อายุของผู้เล่น และความสามารถในการรักษาขุมกำลังให้พร้อมแข่งขันในระยะยาว
ท้ายที่สุด ความสำเร็จบนสนามกับการเจรจาสัญญาเป็นคนละเรื่องกัน การคว้าแชมป์ช่วยสร้างประวัติศาสตร์และความผูกพันระหว่างผู้เล่นกับแฟนบาสเกตบอล แต่ไม่ได้ทำให้ความแตกต่างทางธุรกิจหมดไปโดยอัตโนมัติ
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ เมื่อการเจรจากลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง Knicks จะยอมขยับข้อเสนอเข้าใกล้ความต้องการของ Towns มากเพียงใด และตัวผู้เล่นเองจะยอมปรับเงื่อนไขลงอีกหรือไม่
เพราะสำหรับ knick การรักษาความสำเร็จอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับการคว้าแชมป์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการตัดสินใจว่าจะรักษาผู้เล่นคนสำคัญไว้ด้วยเงื่อนไขแบบไหน เพื่อให้ทีมยังมีโอกาสลุ้นแชมป์ต่อไปในอนาคต
#อัพเดททันทุกข่าวกีฬา
#ข่าวบาสเกตบอลวันนี้
#ข่าวฟุตบอลอัปเดตล่าสุด

