ตัวจริง Knicks ฟอร์มพุ่ง ไล่ถล่ม Cavaliers 109-93 นำ 2-0 จ่อเข้าชิง NBA Finals
ตัวจริง Knicks ฟอร์มพุ่งแบบสุดขีด ไล่ถล่ม Cavaliers 109-93 ในเกม 2 รอบชิงสายตะวันออก Josh Hart ระเบิดฟอร์ม ขณะที่ Jalen Brunson เปลี่ยนบทบาทเป็นจอมแอสซิสต์ พา New York นำซีรีส์ 2-0 จ่อเข้าชิง NBA Finalsนิวยอร์ก นิกส์ กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของฤดูกาล และตอนนี้พวกเขาเหลืออีกเพียง 2 ก้าวเท่านั้นสู่เวที NBA Finals หลังเปิดบ้านอัด Cleveland Cavaliers 109-93 ในเกม 2 ของรอบชิงแชมป์สายตะวันออก ส่งผลให้ซีรีส์ขยับเป็น 2-0 ทันที
เกมนี้ไม่ใช่แค่ชัยชนะธรรมดา แต่เป็นอีกคืนที่แสดงให้เห็นว่า ตัวจริง Knicks ฟอร์มพุ่ง ขึ้นมาในเวลาสำคัญที่สุดของฤดูกาล โดยผู้เล่นตัวจริงทั้ง 5 คนทำแต้มได้อย่างน้อย 18 คะแนน และคนที่โดดเด่นที่สุดกลับเป็น Josh Hart ที่เล่นเกมรุกได้อย่างดุดันเกินคาด
หลังจากเกมแรกที่ต้องลุ้นกันถึงท้ายเกม ครั้งนี้ New York คุมสถานการณ์ได้เหนือกว่าชัดเจน โดยเฉพาะช่วงกลางควอเตอร์ 3 ที่พวกเขารันยาว 18-0 จน Cavaliers ตั้งตัวไม่ทัน และแม้ทีมเยือนจะพยายามไล่คืนในควอเตอร์สุดท้าย แต่ Knicks ก็ยังตอบโต้ได้ทุกครั้งแบบไร้ความปรานี
ตัวจริง Knicks ฟอร์มพุ่ง Josh Hart ระเบิดเกมรุกใส่ Cavaliers
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Knicks เล่นได้ไหลลื่น คือการที่ Cleveland เลือกปล่อยพื้นที่ว่างให้ Josh Hart ยิงจากวงนอก โดยหวังใช้ผู้เล่นไปช่วยปิดเกมของ Jalen Brunson แทน
ช่วงต้นเกมแผนนี้เกือบได้ผล เพราะ Hart ยิงพลาด 3 แต้มติดกันหลายครั้ง แต่หลังจากนั้นเจ้าตัวเริ่มจับจังหวะได้ ก่อนเปลี่ยนเป็นยิงลง 5 จาก 8 ครั้งในช่วงที่เหลือ รวมถึงสองลูกสำคัญระหว่างช่วงรัน 18-0 ที่เปลี่ยนโมเมนตัมของเกมทั้งหมด
Hart จบเกมด้วย 26 คะแนน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในอาชีพเพลย์ออฟของเขา พร้อมกับอีก 7 แอสซิสต์ และมีค่า Usage Rate สูงถึง 31.9% ถือเป็นตัวเลขสูงที่สุดตลอดเส้นทางอาชีพ NBA ของเขาเช่นกัน
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ Cavaliers จะ “จงใจ” ปล่อย Hart ว่างหลายจังหวะ แต่เขาไม่ลังเลที่จะยิง ต่างจากเกมแรกที่เคยเสียความมั่นใจไปช่วงหนึ่ง การกล้ายิงและตัดสินใจเร็วของเขาช่วยให้เกมรุก Knicks เปิดพื้นที่ได้มากขึ้นทันที
Mike Brown เฮดโค้ชของ Knicks กล่าวหลังเกมว่า
“ถ้าคู่แข่งยังเลือกปล่อยเขาว่างแบบนั้น เขาก็ต้องยิงต่อไปเรื่อยๆ”
จากเดิมที่ Hart ถูกมองเป็นผู้เล่นที่คู่แข่งยอมปล่อยให้ยิงได้ ตอนนี้เขากลายเป็นอาวุธเกมรุกที่สร้างความเสียหายให้คู่แข่งจริงจัง และนี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ ตัวจริง Knicks ฟอร์มพุ่ง แบบหยุดไม่อยู่ในซีรีส์นี้
Jalen Brunson เปลี่ยนบทบาท ยอมปล่อยบอลเพื่อทีม
แม้ Brunson จะไม่ได้ระเบิดแต้มแบบเกมก่อน แต่เขากลับเล่นหนึ่งในเกมที่ “ฉลาด” ที่สุดของตัวเองในรอบเพลย์ออฟ
Cavaliers พยายามส่งผู้เล่นเข้ามาดับเบิลทีมแทบทุกครั้งที่ Brunson ได้จับคู่กับตัวประกบที่เสียเปรียบ ไม่ว่าจะเป็น Donovan Mitchell หรือ James Harden ทำให้การเจาะเข้าทำตรงๆ กลายเป็นเรื่องยาก
แต่แทนที่จะฝืนยิง Brunson กลับเลือกเล่นตามจังหวะของเกม และเชื่อใจเพื่อนร่วมทีมมากขึ้น
ผลลัพธ์คือเขาจบเกมด้วย 14 แอสซิสต์ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของตัวเองในรอบเพลย์ออฟ ขณะที่ Usage Rate ลดลงเหลือเพียง 24.1% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติอย่างชัดเจน
Kenny Atkinson เฮดโค้ช Cavaliers ยอมรับหลังเกมว่า
“ผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์จะอ่านเกมออกเสมอ เราพยายามบังคับให้เขาเล่นยากขึ้น แต่เขายังเลือกจังหวะที่ถูกต้องได้ตลอด”
ความอันตรายของ Knicks ตอนนี้จึงไม่ใช่แค่ Brunson ทำแต้มได้ แต่คือการที่เขาควบคุมจังหวะเกม และทำให้ผู้เล่นรอบตัวเล่นง่ายขึ้นทั้งหมด
เกมรุก Cavaliers สะดุดหนัก ยิงโล่งก็ไม่ลง
อีกหนึ่งจุดสำคัญของเกมคือฟอร์มเกมรุกของ Cleveland ที่ตกลงอย่างชัดเจน
แม้หลายจังหวะพวกเขาจะสร้างโอกาสยิงได้ดี โดยเฉพาะการถ่ายบอลไปฝั่ง weak side เพื่อหาช็อตโล่งๆ แต่สุดท้ายกลับยิงไม่ลงเอง
Cavs ยิงสามแต้มได้เพียง 9 จาก 35 ครั้ง หรือแค่ 26% เท่านั้น และที่น่าหนักใจกว่าคือหลายลูกเป็นจังหวะ “wide-open” ที่ไม่มีตัวประกบเลย
Donovan Mitchell ยอมรับตรงๆ หลังเกมว่า
“บางวันคุณก็แค่ยิงลูกโล่งไม่ลง”
Sam Merrill และ Max Strus ซึ่งปกติเป็นมือยิงสำคัญของทีม รวมกันยิงสามแต้มลงเพียงลูกเดียวจาก 11 ครั้ง ทำให้ spacing ของเกมรุกพังทันที
แม้โค้ช Atkinson จะมองว่าทีมยังสร้างโอกาสยิงได้ดี แต่ในเพลย์ออฟ การพลาดลูกโล่งต่อเนื่องแบบนี้อาจหมายถึงการจบฤดูกาลได้เลย
Knicks ปิดพื้นที่ใต้แป้นจน Cavs เล่นไม่ออก
นอกจากเกมรุกที่เฉียบคมแล้ว เกมรับของ Knicks ก็ยังเป็นอีกจุดที่สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน
ตลอดสองเกมแรก Cavaliers ยิงในเขตโทษลงเพียง 52% ลดลงอย่างมากจากสองรอบแรกที่เคยทำได้เกือบ 59%
Evan Mobley ซึ่งเคยสร้างความอันตรายใต้แป้นได้ตลอดทั้งฤดูกาล กลับแทบไม่มีอิทธิพลในซีรีส์นี้ เพราะ Knicks ใช้วิธีแพ็กผู้เล่นลงมายืนปิดพื้นที่วงในทันทีที่เขารับบอล
ทุกครั้งที่ผู้เล่นวงในของ Cleveland พยายามโรลเข้าหาห่วง พวกเขามักเจอกำแพงเกมรับของ Knicks ยืนรออยู่แล้ว ทำให้ต้องฝืนยิงยากหรือส่งบอลออกไปวงนอกแทน
แผนนี้อาจเปิดโอกาสให้ Cavs ได้ยิงสามแต้มมากขึ้น แต่ New York ยอมแลก เพราะพวกเขาเชื่อว่าการป้องกันใต้แป้นคือหัวใจสำคัญในการหยุดเกมรุก Cleveland
บทสรุป: ตัวจริง Knicks ฟอร์มพุ่ง ถูกจังหวะที่สุดของฤดูกาล
ตอนนี้ Knicks กำลังเล่นด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือพวกเขาไม่ได้พึ่งแค่ซูเปอร์สตาร์คนเดียวอีกต่อไป
Josh Hart กลายเป็นตัวแปรสำคัญ, Jalen Brunson อ่านเกมได้เฉียบขาด, เกมรับวงในแข็งแกร่ง และผู้เล่นตัวจริงทุกคนต่างยกระดับฟอร์มขึ้นพร้อมกัน
ชัยชนะเกม 2 จึงไม่ใช่แค่การนำซีรีส์ 2-0 แต่มันสะท้อนชัดว่า ตัวจริง Knicks ฟอร์มพุ่ง อย่างแท้จริงในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของฤดูกาล
และหาก Cavaliers ยังแก้ปัญหาเกมรุก รวมถึงความแม่นจากวงนอกไม่ได้ เกม 3 ที่กำลังจะมาถึงอาจกลายเป็นจุดที่ซีรีส์นี้เริ่มหมดหวังสำหรับพวกเขาจริงๆ
#อัพเดททันทุกข่าวกีฬา
#ข่าวบาสเกตบอลวันนี้
#ข่าวฟุตบอลอัปเดตล่าสุด

