Jayson Tatum

Jayson Tatum กำลังจะกลับมา และนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของฤดูกาล

Jayson Tatum กำลังจะกลับมา และนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของฤดูกาล

ข่าวที่แฟนบาสเกตบอลทั่วลีกจับตามองในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นการกลับมาของ Jayson Tatum ซูเปอร์สตาร์ของทีม บอสตัน เซลติคส์ ที่เพิ่งมีอายุครบ 28 ปีเต็มไม่นานนี้ และมีรายงานว่าเขาอาจกลับมาลงสนามได้ในเกมเช้าวันเสาร์ เวลา 7.00 น. ที่จะพบกับ ดัลลัส แมฟเวอริคส์ หลังจากต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายฉีกที่เท้าขวา

สิ่งที่น่าทึ่งมากคือ การฟื้นตัวครั้งนี้ใช้เวลาไม่ถึง 10 เดือน ซึ่งสำหรับอาการบาดเจ็บระดับนี้ถือว่าเร็วมากในโลกกีฬาอาชีพ เพราะโดยปกติแล้วนักกีฬาหลายคนต้องใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายประมาณ 10-12 เดือน หรือบางรายก็ต้องใช้เวลานานกว่านั้นก่อนจะกลับมาสู่ฟอร์มเดิมได้

การกลับมาของ เขา จึงไม่ใช่แค่เรื่องของผู้เล่นคนหนึ่งที่หายเจ็บแล้วกลับมาลงสนาม แต่มันคือ การกลับมาของหัวใจเกมรุกของทีม ในช่วง 6 ฤดูกาลที่ผ่านมา เททัมคือ ผู้เล่นที่มีจำนวนการพยายามยิงต่อเกมมากที่สุดของทีมเซลติคส์ เขาคือ ผู้เล่นที่ระบบเกมรุกจำนวนมากถูกออกแบบมาเพื่อให้บอลอยู่ในมือเขา

นอกจากเรื่องสกอร์แล้ว เททัมยังเป็นผู้เล่นที่สามารถสร้างพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งการดึงตัวประกบ การอ่านเกม และการตัดสินใจในจังหวะสำคัญ เขาคือผู้เล่นประเภทที่ทำให้คนอื่นเล่นง่ายขึ้น

ดังนั้นการกลับมาของเขาในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลจึงเป็นสิ่งที่แฟนๆ เซลติคส์ตั้งความหวังอย่างมาก เพราะมันอาจเปลี่ยนภาพรวมของทีมได้ทันที

แต่ในอีกมุมหนึ่ง คำถามสำคัญก็คือ ทีมที่เล่นกันมาทั้งฤดูกาลโดยไม่มีเขา จะปรับตัวอย่างไรเมื่อ เขา กลับมาอยู่ในสนามอีกครั้ง


Jayson Tatum จะเปลี่ยนโครงสร้างเกมรุกของทีมแค่ไหน

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดหลังการกลับมาของ Jayson Tatum คือ โครงสร้างเกมรุกของทีมเซลติคส์จะเปลี่ยนไปอย่างไร

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เททัมคือผู้เล่นที่ครองบอลและสร้างเกมรุกมากที่สุดของทีม แต่ในฤดูกาลนี้สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เพราะในช่วงที่เขาหายไป ผู้เล่นคนอื่นๆ ต้องก้าวขึ้นมารับบทบาทมากขึ้น

โดยเฉพาะตำแหน่งการสร้างเกมและการทำคะแนนหลักของทีม

ฤดูกาลก่อน เททัมคือ ผู้เล่นที่มี Usage Rate สูงที่สุดของทีม และเป็นศูนย์กลางของเกมรุกเกือบทุกเซ็ตเพลย์ แต่ในฤดูกาลนี้ เซลติคส์จำเป็นต้องปรับระบบใหม่เพื่อให้ทีมยังสามารถแข่งขันได้

ผู้เล่นหลายคนจึงได้รับโอกาสในการสร้างเกมมากขึ้น และนั่นทำให้ทีมมีโครงสร้างเกมรุกที่แตกต่างจากเดิมพอสมควร

สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เขา อยู่ในสนาม คุณภาพการยิงของผู้เล่นหลายคนดีขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น เดอร์ริค ไวท์, เพย์ตัน พริตเชิร์ด หรือแม้แต่ผู้เล่นตัวรอง

เหตุผลก็ง่ายๆ เพราะการมีเททัมอยู่ในสนามทำให้เกมรับของคู่แข่งต้องโฟกัสกับเขาเป็นอันดับแรก

ซึ่งนั่นทำให้เพื่อนร่วมทีมได้โอกาสยิงแบบเปิดมากขึ้น

ดังนั้นการกลับมาของ เททัม อาจไม่ได้ทำให้ตัวเลขของเขาโดดเด่นเพียงคนเดียว แต่ยังสามารถยกระดับประสิทธิภาพของทั้งทีมได้อีกครั้ง


Jaylen Brown กลายเป็นตัวหลักของทีมไปแล้ว

ในช่วงที่เททัมพักรักษาอาการบาดเจ็บ ผู้เล่นที่ต้องแบกภาระหนักที่สุดของทีมอย่างไม่ต้องสงสัยก็คือ Jaylen Brown

ฤดูกาลที่แล้ว บราวน์มี Usage Rate อยู่ที่ประมาณ 28.9% ซึ่งถือว่าสูงอยู่แล้ว และอยู่ในอันดับที่ 23 ของทั้งลีก

แต่ในฤดูกาลนี้ ตัวเลขของ Brown พุ่งขึ้นไปถึง 36.5% กลายเป็นอันดับ 2 ของลีก เป็นรองเพียง Luka Doncic เท่านั้น

ตัวเลขนี้สะท้อนอย่างชัดเจนว่าเขากลายเป็นศูนย์กลางของเกมรุกของทีมในช่วงที่เททัมไม่อยู่

บราวน์ต้องรับบทบาททั้งการทำคะแนน การสร้างเกม และการเป็นผู้นำทีมในสนาม

และต้องยอมรับว่าเขาทำหน้าที่นี้ได้ดีเกินความคาดหมาย

ผลงานของ Brown ในฤดูกาลนี้ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในอาชีพของเขา ไม่ว่าจะเป็นการทำคะแนน การอ่านเกม หรือการรับมือกับการประกบตัวที่หนักขึ้น

แต่เมื่อ เททัม กลับมา ความท้าทายใหม่ก็จะเกิดขึ้นทันที ทั้งสองคนต้องหาจุดสมดุลใหม่ของเกมรุก เพราะในช่วงที่ผ่านมา บราวน์คือผู้เล่นที่บอลอยู่ในมือมากที่สุด

คำถามสำคัญคือเ ขาจะสามารถปรับบทบาทกลับไปเป็นตัวทำเกมรองได้หรือไม่ หรือในทางกลับกัน เซลติคส์อาจเลือกสร้างระบบที่ให้ทั้งสองคนเป็นแกนหลักร่วมกันมากกว่าที่เคยเป็นมา

นี่คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของทีมในช่วงที่เหลือของฤดูกาล


Boston Celtics เวอร์ชันใหม่ที่ไม่มีตัวหลักหลายคน

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของทีม Boston Celtics ในฤดูกาลนี้ คือการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นในทีมอย่างมาก

ทีมชุดปัจจุบันไม่เหมือนกับทีมที่แฟนๆ คุ้นเคยจากฤดูกาลก่อน

ผู้เล่นสำคัญหลายคนไม่ได้อยู่กับทีมแล้ว ไม่ว่าจะเป็น คริสตาปส์ ปอร์ซิงกิส, จรู ฮอลิเดย์, ลุค คอร์เน็ต รวมถึง อัล ฮอร์ฟอร์ด

การจากไปของผู้เล่นเหล่านี้ทำให้โครงสร้างของทีม เซลติก เปลี่ยนไปพอสมควร

ในขณะเดียวกัน ผู้เล่นใหม่ก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เช่น เนเมียส เคต้า และ นิโคลา วูเซวิช

รวมถึงกลุ่มดาวรุ่งอย่าง จอร์แดน วอลช์ และ เบย์เลอร์ ไชเออร์แมน

ยังไม่รวมถึงรุกกี้อย่าง ฮูโก้ กอนซาเลซ ที่เริ่มได้รับโอกาสมากขึ้น

ทีมชุดนี้จึงถือเป็น เซลติก เวอร์ชั่นใหม่ ที่ต้องสร้างเคมีของทีมขึ้นมาอีกครั้ง

ในทางหนึ่ง นี่อาจเป็นความท้าทายสำหรับ เททัม เพราะเขาต้องใช้เวลาในการปรับตัวกับเพื่อนร่วมทีมชุดใหม่

แต่ในอีกมุมหนึ่ง การกลับมาของเขาอาจเป็นตัวช่วยสำคัญในการยกระดับผู้เล่นเหล่านี้

เพราะผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์มักทำให้ระบบของทีมชัดเจนขึ้น และทำให้เพื่อนร่วมทีมเล่นง่ายขึ้น

ดังนั้นช่วง 20 เกมสุดท้ายก่อนเข้าสู่เพลย์ออฟ จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทีมต้องเร่งสร้างความลงตัวให้เร็วที่สุด


สรุป Jayson Tatum กับโอกาสลุ้นแชมป์ของทีมในฤดูกาลนี้

ก่อนเริ่มฤดูกาล หลายสำนักวิเคราะห์มองว่า โอกาสของเซลติคส์ในการเข้าเพลย์ออฟมีเพียงประมาณ 50% เท่านั้น

เพราะการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น รวมถึงอาการบาดเจ็บของ Jayson Tatum ทำให้หลายคนไม่แน่ใจว่าทีมจะสามารถรักษามาตรฐานเดิมได้หรือไม่

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับน่าประทับใจมาก ทีมทำผลงานได้ดีกว่าที่หลายคนคาดคิด และยังคงอยู่ในกลุ่มทีมลุ้นอันดับต้นๆ ของสาย

บางการคาดการณ์ยังมองว่าทีมมีโอกาสถึงประมาณ 45% ที่จะจบฤดูกาลในอันดับ 2 ของสาย

คำถามคือ พวกเขามีโอกาสลุ้นแชมป์หรือไม่

คำตอบคือ “มี” แต่ต้องยอมรับว่ามันไม่ง่ายเลย

การแข่งขันในลีกตอนนี้เข้มข้นมาก และหลายทีมมีขุมกำลังที่แข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม การกลับมาของ เททัม ย่อมเพิ่มศักยภาพของทีมอย่างชัดเจน

หากเขาสามารถกลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีได้เร็ว และทีมสามารถหาสมดุลของเกมรุกระหว่างเขากับ Brown ได้สำเร็จ

เซลติคส์ก็อาจกลายเป็นทีมอันตรายในเพลย์ออฟได้ทันที

สุดท้ายแล้ว กีฬามักเต็มไปด้วยเรื่องราวที่คาดไม่ถึง

บางครั้งทีมที่ไม่มีใครคิดว่าจะไปได้ไกล กลับกลายเป็นทีมที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้ทั้งลีก

ดังนั้น 20 เกมที่เหลือก่อนเพลย์ออฟอาจเป็นบททดสอบสำคัญของ เด็กคนนี้ และทีมเซลติคส์

ถ้าทุกอย่างลงตัวมากกว่าที่คาดไว้

ใครจะรู้ บางทีฤดูกาลนี้อาจมีเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นรออยู่ก็ได้ เพราะนี่แหละคือ เสน่ห์ของกีฬา.

คูเปอ แฟล็ก ฟื้นตัวพร้อมลงสนามให้ดัลลัส แมฟเวอริกส์ หลังพัก 8 เกม

คูเปอ แฟล็ก ฟื้นตัวพร้อมลงสนามให้ดัลลัส แมฟเวอริกส์ หลังพัก 8 เกม

Junior Ballers League Thailand

Junior Ballers League Thailand กับกระแสลีกบาสเยาวชนที่กำลังมาแรง