Brandin Podziemski

Brandin Podziemski จาก เด็กมี IQ บาสสูง สู่จุดที่แฟนเริ่มถอนหายใจ

Brandin Podziemski จาก เด็กมี IQ บาสสูง สู่จุดที่แฟนเริ่มถอนหายใจ

ตอนแรกๆแฟนๆ Golden State Warriors หลายคนยังมองว่า Brandin Podziemski คือ เพชรเม็ดใหม่ที่ทีมเก็บมาได้แบบคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เด็กมันดูมีทรง มีความกล้าเล่น มีความมั่นใจ และที่สำคัญคือ เล่นเหมือนคนที่ “คิดเกมเป็น” ไม่ใช่พวกการ์ดวิ่งมั่วๆ แต่ผ่านไปผ่านมาจากคำว่า “น้องพ๊อตน่าจะเป็นอนาคตทีมได้” ตอนนี้เริ่มกลายเป็น “เออ น้องพ๊อตนี่มันเป็นอะไรของมันวะ?” เพราะฟอร์มที่เคยพอให้แฟนยิ้มได้ กลับค่อยๆกลายเป็นความเหนื่อยใจแบบสะสม บางเกมเหมือนจะมา บางเกมเหมือนจะดับ บางเกมคือ หายไปเลยทั้งตัวทั้งวิญญาณ ซึ่งสำหรับผู้เล่นที่ถูกดันขึ้นมาเป็นการ์ดคุมเกมในบางช่วง มันไม่ควรจะมีภาพแบบนี้ให้เห็นถี่ขนาดนี้ เพราะการ์ดที่ทีมหวังให้ “พาบอลไปข้างหน้า” มันดันเหมือนคนลากรถขึ้นเขาแต่ยางแบนตลอดเวลา หัวจะปวด น่าจะเป็นคำที่อยู่ในหัวของแฟนๆตอนนี้


Brandin Podziemski กับตัวเลขที่ไม่โกหก เมื่อ %FG ดิ่งลงเหว

ถ้าจะบอกว่า “ฟอร์มตก” แล้วไม่มีหลักฐาน เดี๋ยวจะหาว่าแฟนบาสอคติ แต่ปัญหาคือ กราฟมันฟ้องชัดจนไม่ต้องมีนักสืบแบบโคนันหรือลุงโมริ มาดูก็รู้ว่าอาการหนักจริง เพราะ %FG ของ Brandin Podziemski ในแต่ละเดือนมันไม่ได้แค่ตกนิดหน่อย แต่มันคือ การค่อยๆไหลลงเหมือนน้ำตกแบบหยุดไม่อยู่

  • พฤศจิกายน 37.5%

  • ธันวาคม 44.4%

  • มกราคม 31.6%

  • กุมภาพันธ์ 25%

คือมันไม่ได้ตกแบบ “แกว่งๆตามเกม” แต่มันตกแบบเป็นเทรนด์ เป็นแนวโน้ม เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ดังลั่นในหัวแฟนๆ สะพานทอง ว่า “เฮ้ย นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆแล้วนะ” เพราะจาก 44% มาเหลือ 25% มันไม่ใช่แค่ยิงพลาด แต่มันคือ ความมั่นใจที่หลุด การตัดสินใจที่แย่ลง และการปรับตัวที่ไม่เกิดขึ้นเลย ทั้งที่โดยธรรมชาติของผู้เล่นดาวรุ่ง ถ้าได้รับโอกาสมากขึ้นมันควรจะเริ่มจับทางได้ แต่นี่คือ เหมือนยิ่งได้เล่นยิ่งเหมือนโดนดูดพลัง ความรู้สึกของแฟนๆเลยไม่ใช่ “เด็กมันยังต้องพัฒนา” แต่กลายเป็น “พัฒนาอะไรอยู่? ทำไมมันยิ่งเล่นยิ่งถอยหลัง?”


Golden State Warriors ดันบทบาทผิดจังหวะ หรือ Podz ยังไม่พร้อมเป็นคนถือบอล

พอมาดูในสนามจริง สิ่งที่น่าหนักใจที่สุดคือ Golden State Warriors เหมือนกำลังพยายาม “ปั้นให้เป็นคนคุมเกม” ทั้งที่ภาพที่ออกมาคือ เด็กมันยังไม่พร้อมจะเป็นตัวหลักในการถือบอลสร้างเพลย์เลย จุดขายที่ทีมชอบพูดกันว่า Podz มี Basketball IQ สูง อ่านเกมเก่ง แต่สิ่งที่แฟนเห็นคือความงึกงัก ความช้า ความลังเล และ การตัดสินใจผิดจังหวะบ่อยเกินมาตรฐานของการ์ด NBA

เวลาบอลอยู่บนมือ Podz มักจะติดโหมด Slow Motion แบบแปลกๆ เหมือนกำลังคิดว่าควรทำอะไรดีจนช็อตคล็อกใกล้หมด แล้วค่อยงัดสกิลดาวครึ่งดวงออกมาใช้แบบจำเป็น ซึ่งไอ้สกิลที่งัดออกมานี่ก็ไม่ใช่ของที่ไว้ใจได้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น fade away สั้นๆที่ลอยไม่ถึง, hook shot เบี้ยวๆ, floater ที่ล้นห่วง หรือจังหวะพยายามเข้าไปปะทะวงใน แต่โดนเบียดจนเสียทรง เพราะร่างกายยังไม่แข็งแรงพอจะเล่นแบบการ์ดที่ต้องชน ต้องทน ต้องสู้กับวงในระดับสูง

ยิ่งช่วงที่ทีมขาดตัวหลักอย่างจิมมี่ บัตเลอร์ (ในช่วงที่มีอาการบาดเจ็บ) โค้ชเคอร์ดันให้ Podz ขึ้นไปเป็นตัวจริงหวังให้แทนบทบาทบางอย่าง แต่แทนที่มันจะเป็น “โอกาสแจ้งเกิด” มันกลับกลายเป็น “โอกาสแจ้งพัง” เพราะพอขึ้นชุดหลักแล้วเหมือนจังหวะเกมมันเร็วขึ้น ความกดดันสูงขึ้น การตัดสินใจต้องคมขึ้น แต่ ดันเล่นเหมือนคนที่ยังหายใจไม่ทัน จังหวะไม่เข้ากับคนอื่น พยายามทำก็ฝืน พอไม่ทำก็หายเงียบ เหมือนอยู่ในสนามแต่ไม่ได้อยู่ในเกม

และมันหนักถึงขั้นที่ Warriors ต้องดัน Pat Spencer ซึ่งเป็นผู้เล่นสัญญา 2-Way ที่เพิ่งได้สัญญาปกติขึ้นมาเล่นตัวจริงแทน เพราะอย่างน้อย Spencer ยัง “ดูมีประโยชน์” มากกว่าในเชิงจังหวะเกมและความแน่นอน พอ Steph เจ็บ ทีมก็ต้องไปใช้ Melton ที่เดิมทีวางไว้เป็น Sixth Man มารับบทบาทแทนอีก เพราะต่อให้ไม่มี Steph แล้วมี Podz อยู่ ทีมก็ยังไม่ได้ประโยชน์ในระดับที่ควรจะเป็น นี่แหละที่ทำให้แฟน Warriors หลายคนเริ่มถามว่า “ตกลงทีมกำลังพยายามปั้นอะไรอยู่?”


Rookie ที่ยังหาตัวเองไม่เจอ ความเก่งมี แต่ความต่อเนื่องคือศูนย์

สิ่งที่น่าเจ็บใจที่สุด คือมันไม่ได้เป็นผู้เล่นที่ “ไม่มีของ” เพราะถ้าดูแบบแฟร์ๆ เด็กคนนี้มีโมเมนต์ที่ทำให้คนดูต้องพยักหน้าเหมือนกัน โดยเฉพาะลูกสามแต้มที่ถ้าวันไหนมาก็คือ แม่นจริง ยิงยากก็ลงจริง แถมบางจังหวะอ่านเกมดี มีความพยายาม มี hustle ที่เห็นได้ชัด

แต่ปัญหาคือ ความสม่ำเสมอ หรือที่แฟนๆเรียกกันง่ายๆว่า 3 วันดี 4 วันไข้ เพราะ เขา เล่นดีหนึ่งนัด แล้วหายไปสามนัด เล่นดีอีกหนึ่งนัด แล้วออกทะเลอีกห้านัด ความสามารถมันเหมือนเปิดปิดได้ แต่ทีม NBA โดยเฉพาะทีมที่ต้องการชัยชนะเพื่ออันดับเพลย์ออฟ มันไม่มีเวลามานั่งลุ้นว่า “วันนี้น้องพ๊อตจะเป็นเวอร์ชั่นไหน”

และที่สำคัญคือ Podz ยังอยู่ในช่วง Rookie contract ที่ทีมให้เวลาได้จริง แต่ให้เวลาได้ไม่ได้แปลว่าต้องปล่อยให้ลงไปพังทุกเกมแบบไม่ปรับบทบาทเลย สัญญาเขาอยู่ระดับ 4 ปี 16 ล้านกว่าๆ ซึ่งถือว่าไม่ใช่เศษเงินใน NBA ถ้าเทียบกับบางคนอย่าง Melton ที่รับ 2 ปี 6 ล้าน หรือ GP2 ที่รับปีละ 2 ล้าน มันเลยทำให้แฟนเริ่มตั้งคำถามว่า “นี่ทีมให้โอกาส Podz เพราะมันเก่งจริง หรือให้เพราะมันเป็นลูกรัก?”

สิ่งที่น่ากลัวคือการเอาเด็กที่ยังจับจังหวะตัวเองไม่ได้ไปเข็นเป็นตัวจริงเร็วเกินไป มันจะทำให้เด็กเสียความมั่นใจ เสียตัวตน และสุดท้ายกลายเป็นผู้เล่นที่โดนล้อไปตลอดอาชีพ ซึ่ง Warriors เคยมีบทเรียนกับ Wiseman มาแล้ว และกับ JK ก็เคยเจอสถานการณ์คล้ายกัน โค้ชเคอร์ยังเคยพูดตรงๆว่า “ทีมไม่มีเวลารอให้พัฒนาแล้วต้องชนะไปด้วย” แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริง Podz คืออะไร? ทีมกำลังรออะไรจากเขาอยู่?


บทสรุปของ Brandin Podziemski ที่ต้องลุ้นว่าทีมจะ “ปั้นต่อ” หรือ “พอแค่นี้”

สุดท้ายแล้วประเด็นของ Brandin Podziemski ไม่ใช่เรื่องด่าเด็กให้สะใจ แต่มันคือเรื่องของทิศทางทีมและการบริหารทรัพยากรของ ทีมสะพานทอง ที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญ ทีมไม่ได้เป็นทีมสร้างใหม่แบบ Tank เพื่อดราฟต์สูงอีกแล้ว แต่ทีมอยู่ในโหมดที่ต้องรีบชนะ ต้องรีบเก็บแต้ม ต้องรีบไล่ล่าอันดับ และต้องใช้ผู้เล่นที่ “ไว้ใจได้”

ถ้าทีมยังเชื่อว่า น้องมัน มีศักยภาพพอจะเป็นอนาคต ก็ต้องวางบทบาทให้เหมาะสม อย่าจับเขาโยนขึ้นตัวจริงแบบไม่มีแผน แล้วพอพังกลับมาปล่อยให้เล่นกับชุดสำรองเหมือนเดิม มันเหมือนเอาเด็กไปโยนลงน้ำแล้วบอกว่า “ว่ายสิ” ถ้าว่ายไม่รอดก็หัวเราะใส่ ซึ่งมันไม่ได้ช่วยทั้งทีมและไม่ได้ช่วยตัวนักกีฬาเลย

ทางเลือกที่ดูเป็นมืออาชีพที่สุดคือ ถ้า เขา ยังไม่พร้อมจริง ก็ไปหา Free Agent ที่เล่นได้จริงมาเติมก่อน แล้วค่อยๆแบ่งนาทีให้ ตามผลงาน ให้เขาสู้ ให้เขาพิสูจน์ เหมือนที่ Moody เคยโดนกดจนต้องดิ้นขึ้นมาเองจนฟื้นได้ เพราะ NBA ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่แจกโอกาสจากความเอ็นดู แต่มันคือเวทีที่คนอยู่ได้ต้องสร้างผลลัพธ์ให้ทีม

และถ้าสุดท้ายทีมมองว่าเข็นต่อไม่ไหวแล้ว ไม่สามารถเป็นชิ้นส่วนสำคัญได้จริง ก็ต้องกล้าตัดสินใจเหมือนที่เคยปล่อย Wiseman หรือ แม้แต่ JK ถ้าถึงวันที่มันไม่ตอบโจทย์ เพราะการปล่อยให้ เขา เล่นแบบหลงทางไปเรื่อยๆ มันจะไม่ใช่แค่ทำให้ทีมเสียเวลา แต่มันอาจทำให้เส้นทางอาชีพของเด็กคนนี้พังแบบถาวร จนจาก “ดาวรุ่งที่น่าจับตา” กลายเป็น “ตัวตลกประจำไทม์ไลน์”

วันนี้แฟนๆ ไม่ได้ต้องการให้ Podz เป็น Steph คนใหม่ แต่สิ่งที่แฟนต้องการคือ ความชัดเจนว่า “เด็กคนนี้เก่งอะไร และทีมจะใช้งานเขายังไง” เพราะ ถ้ายังตอบคำถามนี้ไม่ได้ สุดท้ายแล้วทั้งทีม และตัวเขาเอง ก็จะติดอยู่ในวงจรเดิมที่เล่นไปพังไป จนคนดูเหนื่อย และเด็กก็หมดอนาคตแบบไม่มีใครช่วยได้จริงๆ

Anthony davis

Anthony davis กับคำถามเดิมๆ เก่งระดับ MVP แต่ร่างกายคือเครื่องสุ่มเสี่ยง

นิโคลา โทปิช คืนสนาม NBA ครั้งแรกกับธันเดอร์ หลังผ่านการรักษามะเร็งอัณฑะ

นิโคลา โทปิช คืนสนาม NBA ครั้งแรกกับธันเดอร์ หลังผ่านการรักษามะเร็งอัณฑะ