Anthony davis

Anthony davis กับคำถามเดิมๆ เก่งระดับ MVP แต่ร่างกายคือเครื่องสุ่มเสี่ยง

Anthony davis กับคำถามเดิมๆ เก่งระดับ MVP แต่ร่างกายคือเครื่องสุ่มเสี่ยง

ก่อนจะไปด่าดัลลัสว่า “ทำทีมแบบนี้ก็ไม่ต้องเชียร์แล้ว” เราต้องยอมรับความจริงก่อนว่า Anthony davis เป็นผู้เล่นที่โหดมาก โหดระดับที่ถ้าเขาฟิต 100% เขาเป็นคนที่สามารถเปลี่ยนทีมธรรมดาให้กลายเป็นทีมลุ้นแชมป์ได้ทันที

เดวิสเป็นผู้เล่นประเภท “2-way monster” คือเกมรับระดับ Defensive Player of the Year และเกมรุกก็เป็น Big Man ที่ทำแต้มได้ทุกแบบ ทั้งโพสต์อัพ, ชู้ตกลางระยะ, โรลเข้าห่วง หรือแม้แต่ยิงสาม (ถึงจะไม่ใช่จุดเด่นสุดก็ตาม)

ผลงานของเขาใน NBA ไม่ต้องพูดเยอะ เพราะนี่คือแชมป์ ปี 2020 กับ Los Angeles Lakers เป็น All-Star หลายสมัย และเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่หลายคนมองว่า “ถ้าไม่เจ็บบ่อย” เขาควรมีลุ้น MVP หรืออย่างน้อยติด Top 5 ของลีกในหลายฤดูกาล

แต่ปัญหาที่ตามหลอกหลอนเขาเหมือนเงาตามตัวก็คือ “ร่างกาย” นั่นเอง

แฟนบาสไทยเรียกแกแบบน่ารักๆ ว่า “ท่าน ผอ. โรงพยาบาล” เพราะตลอดอาชีพของ พี่คิ้วยาว เราเห็นภาพเดวิสเดินเข้าห้องล็อกเกอร์รูม มากกว่าภาพเดวิสเดินขึ้นไปรับรางวัลเสียอีก และนี่ไม่ใช่คำล้อเล่นแบบเกินจริง เพราะเขามีประวัติบาดเจ็บต่อเนื่องแทบทุกปี ตั้งแต่สมัย New Orleans Pelicans จนถึง Los Angeles Lakers

ดังนั้นพอดัลลัสได้เขามา หลายคนก็แอบคิดอยู่แล้วว่า “นี่มันการพนันแบบเสี่ยงสุดๆ” และสุดท้ายดูเหมือนดัลลัสจะเป็นฝ่ายถอดใจเอง เพราะต่อให้เดวิสเก่งแค่ไหน ถ้าเล่นไม่ครบฤดูกาล หรือพอถึงเพลย์ออฟแล้วเจ็บขึ้นมาอีก ทีมก็จบอยู่ดี

แล้วถ้าถามว่าดัลลัสคิดอะไร คำตอบมันเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่า พวกเขาไม่อยากแบกสัญญาใหญ่ของ davis ต่อไปแล้ว โดยเฉพาะถ้าแผนใหญ่จริงๆ คือ “เคลียร์เพดานค่าเหนื่อย” เพื่อสร้างทีมใหม่แบบมีพื้นที่หายใจในอนาคต


Washington wizard ทำบ้าอะไรเนี่ย

ถ้าดัลลัสคือ ทีมที่ดูเหมือน “ถอนคันเร่ง” Washington Wizard คือ ทีมที่เหยียบคันเร่งจนพื้นรถจะทะลุ เพราะพวกเขากำลังสร้างความเซอร์ไพรส์แบบที่แฟนๆ แทบไม่คุ้นเคย

ใช่ครับ wizard ทีมที่ปกติอยู่โซน “แทงก์เพื่ออนาคต” อยู่ดีๆ กลับกลายเป็นทีมที่เดินเกมเหมือนอยากชนะเดี๋ยวนี้ทันที ด้วยการรวบทั้ง Trae Young และ davis เข้ามาในฤดูกาลเดียว

นี่คือ การส่งสัญญาณที่ชัดมากว่า วิซาร์ดส์ไม่อยากเป็นทีมแจกแต้มอีกต่อไป และต้องการสร้างทีมแบบ “มีผู้นำระดับซูเปอร์สตาร์” เพื่อยกระดับแฟรนไชส์ในทันที

ประเด็นที่น่าสนใจคือ พี่คิ้วยาว จะไม่ได้มาเป็นแค่ตัวทำแต้ม แต่มาเป็น “เสาหลักวงใน” และที่สำคัญคือมาเป็นพี่ใหญ่ให้กับดาวรุ่งอย่าง อเล็กซานเดอร์ ซาร์ ซึ่งนี่แหละคือ สิ่งที่วิซาร์ดส์ต้องการสุดๆ

เพราะซาร์เป็นผู้เล่นที่มีพรสวรรค์สูงมาก แต่ยังต้องการคำแนะนำเรื่องเกมรับ, การยืนตำแหน่ง, และการเล่นวงในระดับสูง จริงๆ การมีเดวิสอยู่ข้างๆ เท่ากับได้ติวเตอร์ระดับปริญญาเอกในสาย Big Man โดยตรง

ส่วนผู้เล่นที่ได้มาเพิ่มอย่าง ดิแองเจโล่ รัสเซลล์ กับ เจเดน ฮาร์ดี้ ก็เป็นเหมือนการเพิ่มตัวเลือกในตำแหน่งการ์ด แต่ถ้าถามแบบไม่เกรงใจนะ รัสเซลล์กับเอ็กซั่มมีโอกาสโดนปล่อยจริง เพราะทีมมีการ์ดเยอะอยู่แล้ว และการเคลียร์พื้นที่ให้ดาวรุ่งหรือให้ Trae Young ได้ถือบอลเต็มๆ ก็ดูสมเหตุสมผลกว่า

แต่คนที่น่าจับตาคือ “เจเดน ฮาร์ดี้” เพราะนี่คือการ์ดที่ยังมีของ เกมรุกจัดจ้าน ยิงได้ สร้างเกมเองได้ และถ้าได้โอกาสจริงๆ ในทีมที่ไม่ได้กดดันเรื่องแชมป์ทันที เขาอาจกลายเป็น Sixth Man ตัวโหดของทีมได้เลย

สรุปคือ ทีมพ่อมด รอบนี้ไม่ได้มาเล่นๆ และถ้าทุกอย่างลงตัว วิซาร์ดส์อาจเป็นทีมที่แฟนบาสต้องหยุดมองว่าเป็น “ทีมแจกชัยชนะ” ได้แล้ว


Trade นี้สะเทือนดัลลัส เพราะมันคือการรีเซ็ตอนาคตทั้งแฟรนไชส์

ฝั่งดัลลัสนี่แหละที่ทำให้คนทั้งลีกงงที่สุด เพราะ การ Trade แบบนี้ ถ้ามองแบบผิวเผิน หลายคนจะพูดว่า “ขายเดวิสเพราะเจ็บบ่อย” ซึ่งก็จริง แต่ถ้ามองลึกๆ มันไม่ใช่แค่นั้น

ดีลนี้มันคือการ “รื้อทีม” แบบมีระบบ

ดัลลัสได้ คริส มิดเดิลตัน ที่ชื่อเสียงดี แต่ร่างกายก็ไม่ได้ต่างจากเดวิสมากนัก ถ้าพูดแบบโหดๆ คือ ดัลลัสเหมือนเปลี่ยนจาก “โรงพยาบาลแผนกกระดูก” ไปเป็น “โรงพยาบาลแผนกข้อศอก” เท่านั้นเอง

คำถามสำคัญคือ มิดเดิลตันจะได้ลงเล่นให้ดัลลัสจริงไหม หรือเป็นแค่ตัวผ่านทางเพื่อให้ทีมเทรดต่อ หรือถึงขั้น buyout เพื่อเคลียร์ค่าเหนื่อยทิ้งไปเลย เพราะด้วยสถานการณ์ของทีมตอนนี้ มิดเดิลตันไม่ใช่ชิ้นส่วนอนาคตแน่นอน

ส่วน มาร์วิน แบ็กลี่ย์ ก็เป็นผู้เล่นที่ “มีแววแต่ไม่เคยถึงฝัน” เขาเคยถูกมองว่าจะเป็น Big Man ระดับดาวเด่น แต่ตลอดอาชีพยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเขาคือแกนหลักของทีมได้จริงๆ

มาลาไค แบรนแฮม เป็นการ์ดที่พอมีศักยภาพ แต่ก็ยังต้องลุ้นว่าอยู่ทีมไหนจะได้โอกาสเต็มๆ ส่วน เอเจ จอห์นสัน นี่คือจุดที่น่าสนใจที่สุด เพราะเขาทำผลงานดีกับวิซาร์ดส์มาก และถ้าดัลลัสคิดจะสร้างทีมใหม่จริงๆ เขาอาจกลายเป็น “ตัวหมุนเวียนที่มีค่ามาก”

แต่ไฮไลต์จริงๆ ของดัลลัสคือ “สิทธิ์ดราฟต์รอบแรก” ที่ได้มา 2 อัน

ถึงจะฟังดูดี แต่ก็ต้องพูดแบบตรงๆ ว่า

  • ดราฟต์ปี 2026 จาก OKC Thunder โอกาสสูงมากที่จะเป็น “อันดับท้ายๆ” เพราะ OKC เป็นทีมลุ้นแชมป์

  • ดราฟต์ปี 2030 จาก Golden State Warriors ก็ยังมี protection ระดับสูงอยู่ ซึ่งหมายความว่าไม่ใช่สิทธิ์แบบลุ้นจับเพชรทันที

ดังนั้นถ้าถามว่า “ดัลลัสได้ของดีไหม” คำตอบคือ ได้ แต่ไม่ถึงขั้นได้ Jackpot

สิ่งที่ดัลลัสได้แน่ๆ คือ “ความยืดหยุ่นทางการเงิน” และข่าวลือเรื่องเพดานค่าเหนื่อยก็ยิ่งทำให้ภาพชัดขึ้น เพราะมีการคาดการณ์ว่าในฤดูกาลหน้า ดัลลัสจะมีค่าเหนื่อยรวมต่ำกว่า Apron 1 ถึง 59 ล้านดอลลาร์

แปลเป็นภาษาชาวบ้านคือ ดัลลัสอยากล้างบัญชี อยากเคลียร์ทุกอย่าง เพื่อเตรียมสร้างทีมใหม่แบบมีพื้นที่เซ็นผู้เล่น หรือเทรดซูเปอร์สตาร์รายใหม่เข้ามาในอนาคต

และถ้าคิดให้ถึงที่สุด ดีลนี้เหมือนเป็นการยอมรับกลายๆ ว่า “โปรเจกต์เดวิส” ที่เคยหวังว่าจะเป็นคู่หูใหม่ของทีม มันไม่เวิร์กตั้งแต่ยังไม่เริ่มจริงๆ


สรุปแล้ว ดัลลัสกำลังเคลียร์เพดานค่าเหนื่อย Anthony davis จริงหรือไม่

สุดท้ายแล้ว ถ้าถามว่าใครชนะในการเทรดครั้งนี้ คำตอบมันไม่ได้ชัดแบบ 100% แต่เราพอวิเคราะห์ทิศทางได้เลยว่า “ทั้งสองทีมได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ”

ฝั่งวอชิงตัน วิซาร์ดส์ ชนะในแง่ “ภาพลักษณ์” และ “คุณภาพทีมทันที” เพราะการได้ Anthony davis ทำให้ทีมมีซูเปอร์สตาร์วงในระดับแชมป์ NBA มาเป็นแกนหลัก แถมยังเป็นคนที่ช่วยยกระดับเกมรับได้แบบทันทีทันใด ต่อให้เดวิสเล่นแค่ 60 เกมต่อฤดูกาล มันก็ยังดีกว่าการไม่มีใครคุมสีในเลย

อีกทั้งการมีเดวิสยังช่วยให้ Trae Young เล่นง่ายขึ้นมาก เพราะ Trae คือการ์ดที่อันตรายสุดๆ ใน pick-and-roll อยู่แล้ว และถ้าได้คู่หูวงในระดับเดวิสมาวิ่งประกบ มันจะกลายเป็นเกมรุกที่ทีมอื่นปวดหัวแน่นอน

ส่วนฝั่งดัลลัส…ถ้าให้พูดตรงๆ มันดูเหมือนพวกเขาไม่ได้ “อยากชนะตอนนี้” เท่ากับอยาก “รอดในอนาคต”

เพราะดีลนี้เต็มไปด้วยสัญญาที่สามารถเคลียร์ได้ ผู้เล่นที่เทรดต่อได้ และสิทธิ์ดราฟต์ที่ทำให้ทีมมีทรัพยากรสำหรับการสร้างทีมใหม่

ดังนั้นคำถามที่ว่า “ทำไมดูเหมือนดัลลัสตั้งใจเคลียร์ davis เพื่อเคลียร์เพดานค่าเหนื่อย?” คำตอบคือ มันใช่ครับ

ทุกอย่างมันชี้ไปทางเดียวกันหมด ทั้งโครงสร้างผู้เล่นที่รับกลับมา ทั้งแนวโน้ม buyout/เทรดต่อ และการที่ทีมต้องการหลุดจากภาระสัญญาหนักๆ เพื่อไม่ให้ติด Apron ในยุคที่ NBA ลงโทษทีมเงินหนาแบบโหดขึ้นเรื่อยๆ

พูดง่ายๆ คือ ดัลลัสไม่อยากเป็นทีมที่ “จ่ายแพงแต่ไม่คุ้ม” อีกต่อไป และพวกเขายอมเจ็บตอนนี้เพื่อเปิดทางสร้างทีมที่ยืดหยุ่นกว่าในอนาคต

สุดท้าย ดีลนี้จะออกมาดีหรือพัง ต้องรอดูว่า พี่คิ้วยาว จะสุขภาพดีแค่ไหนในวอชิงตัน และดัลลัสจะใช้พื้นที่ค่าเหนื่อยที่เคลียร์ได้ไปทำอะไรต่อ

แต่ถ้าดัลลัสเคลียร์เพดานได้จริง แล้วปีหน้าดึงซูเปอร์สตาร์เข้ามาได้ ดีลนี้อาจกลายเป็น “การถอยหนึ่งก้าวเพื่อกระโดดไกล”

แต่ถ้าสุดท้ายไม่ได้ใครมาแทน และปล่อยให้ทีมหลุดจากเส้นทางลุ้นแชมป์ไปยาวๆ แฟนดัลลัสก็เตรียม ร่ำไห้ ได้เลย

ทีม Astros ระเบิดฟอร์มรุกโหด ไล่ถล่ม Paisas 125-72

ทีม Astros ระเบิดฟอร์มรุกโหด ไล่ถล่ม Paisas 125-72 เดินหน้าสถิติไร้พ่ายศึก BCL Americas

Brandin Podziemski

Brandin Podziemski จาก เด็กมี IQ บาสสูง สู่จุดที่แฟนเริ่มถอนหายใจ