จากสนามที่เคยเต็มไปด้วยเสียงเชียร์ เสียงลูกบอลกระทบพื้น และการแข่งขันของนักกีฬามานับไม่ถ้วน วันนี้ อาคารกีฬานิมิบุตร กำลังเดินทางมาถึงบทสุดท้าย หลังกรมพลศึกษามีแผนส่งคืนพื้นที่ให้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถือเป็นการปิดฉากสนามกีฬาในร่มที่อยู่คู่กับวงการกีฬาไทยมาอย่างยาวนาน
อาคารนี้ ตั้งอยู่ภายในพื้นที่กรีฑาสถานแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เป็นสนามกีฬาในร่มที่มีความจุประมาณ 5,600 ที่นั่ง และเคยรองรับการแข่งขันกีฬาทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย
สำหรับนักกีฬาและแฟนกีฬาหลายรุ่น สนามแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงอาคารสำหรับจัดการแข่งขัน แต่เป็นหนึ่งในสถานที่ซึ่งมีเรื่องราวผูกพันกับวงการกีฬาไทยมาอย่างยาวนาน
จาก “ยิมเนเซียม 1” สู่ ชื่อใหม่
ย้อนกลับไปในอดีต พื้นที่บริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ รวมถึงที่ตั้งของอาคารนิมิบุตร เดิมเป็นพื้นที่ที่เรียกว่า “วังกลางทุ่ง” หรือ “วังใหม่” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานที่ดินให้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนที่รัฐบาลจะขอเช่าพื้นที่เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่ด้านกีฬา
ตัวอาคารเริ่มก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2506 โดยใช้ชื่อเดิมว่า “อาคารยิมเนเซียม 1” จุดประสงค์สำคัญในช่วงแรกคือใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ครั้งที่ 1
จากนั้นในวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2528 กรมพลศึกษาได้เปลี่ยนชื่ออาคารแห่งนี้เป็น “อาคารกีฬานิมิบุตร” เพื่อเป็นเกียรติและอนุสรณ์แก่ พลโท เผชิญ นิมิบุตร อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา และอดีตนายกสมาคมกีฬาหลายแห่ง
นับตั้งแต่นั้น ชื่อ “นิมิบุตร” จึงกลายเป็นชื่อที่คุ้นเคยของคนในวงการกีฬาไทย และถูกใช้งานต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
นิมิบุตรกับความทรงจำของวงการกีฬาไทย
ตลอดหลายทศวรรษ อาคารนี้ ทำหน้าที่เป็นหนึ่งในสนามกีฬาในร่มที่สำคัญของประเทศไทย และผ่านการแข่งขันกีฬาหลากหลายประเภท
ทั้งฟุตซอล แบดมินตัน บาสเกตบอล แฮนด์บอล ยิมนาสติก และมวย ต่างเคยใช้พื้นที่แห่งนี้เป็นสังเวียนการแข่งขัน
โดยเฉพาะวงการฟุตซอลไทย นิมิบุตรถูกจดจำในฐานะหนึ่งในสนามที่มีความผูกพันกับพัฒนาการของกีฬาฟุตซอลในประเทศมาอย่างยาวนาน ขณะที่ฝั่งบาสเกตบอลเอง นักกีฬาหลายรุ่นก็เคยลงแข่งขันและสร้างความทรงจำบนพื้นสนามแห่งนี้
สำหรับนักบาสเกตบอลไทยจำนวนไม่น้อย นิมิบุตรจึงเป็นมากกว่าสนามแข่งขัน เพราะเป็นสถานที่ที่หลายคนเคยก้าวเข้ามาสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันจริง ตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงการแข่งขันรายการสำคัญ
DPE WOW Futsal Cup 2026 ปิดฉากการแข่งขันที่นิมิบุตร
ก่อนที่อาคารแห่งนี้จะส่งคืนพื้นที่ รายการ การแข่งขันฟุตซอลกีฬาระหว่างโรงเรียนกรมพลศึกษา “DPE WOW Futsal Cup 2026” จะกลายเป็นหนึ่งในหน้าสุดท้ายของประวัติศาสตร์การแข่งขันที่นี้
การแข่งขันรายการดังกล่าวถือเป็นรายการสุดท้ายที่จัดขึ้น ณ สนามแห่งนี้ ก่อนที่กรมพลศึกษาจะส่งคืนพื้นที่ให้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตามแผนการบริหารจัดการพื้นที่
กำหนดการส่งคืนพื้นที่คือวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569 หลังจากนั้นพื้นที่ดังกล่าวมีแผนที่จะถูกนำไปพัฒนาเป็นอาคารเรียนและพื้นที่เพื่อการศึกษาต่อไป
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงไม่ได้หมายถึงเพียงการยุติการใช้งานสนามกีฬาแห่งหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นการปิดฉากพื้นที่ที่ผ่านเหตุการณ์สำคัญของวงการกีฬาไทยมาหลายยุคหลายสมัย
ปิดตำนานสนามกีฬา แต่ความทรงจำยังอยู่
กว่า 6 ทศวรรษที่ผ่านมานับตั้งแต่การก่อสร้าง อาคารแห่งนี้ได้เห็นนักกีฬารุ่นแล้วรุ่นเล่าก้าวเข้ามาแข่งขัน ได้เห็นชัยชนะ ความพ่ายแพ้ เสียงเชียร์ และช่วงเวลาสำคัญของวงการกีฬาไทย
สำหรับคนรุ่นใหม่ อาคารกีฬานิมิบุตรอาจเป็นเพียงสนามกีฬาเก่าแก่แห่งหนึ่งในพื้นที่สนามกีฬาแห่งชาติ แต่สำหรับนักกีฬา โค้ช และแฟนกีฬาที่เคยใช้เวลาอยู่ที่นี่ สถานที่แห่งนี้มีเรื่องราวมากกว่านั้น
โดยเฉพาะนักบาสเกตบอลไทยหลายคนที่เคยลงเล่นหรือผ่านการแข่งขันที่นิมิบุตร ต่อจากนี้ภาพของสนามแห่งนี้อาจไม่ได้ปรากฏอยู่ในตารางการแข่งขันอีกแล้ว แต่ชื่อและเรื่องราวของสนามจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์กีฬาไทย
บทสรุป
การเตรียมส่งคืนพื้นที่ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถือเป็นการปิดฉากบทบาทของ อาคารกีฬานิมิบุตร ในฐานะสนามกีฬาในร่มที่อยู่คู่กับวงการกีฬาไทยมายาวนานกว่า 60 ปี จาก “อาคารยิมเนเซียม 1” สู่สนามที่รองรับการแข่งขันทั้งฟุตซอล บาสเกตบอล แบดมินตัน มวย และกีฬาอีกหลายชนิด
วันหนึ่งพื้นสนามอาจถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่การศึกษา อาคารอาจไม่ได้เปิดรับการแข่งขันอีกต่อไป แต่เรื่องราว ยังคงอยู่ในความทรงจำของนักกีฬาและแฟนกีฬาหลายรุ่น และนี่อาจเป็นอีกหนึ่งบทของประวัติศาสตร์กีฬาไทยที่กำลังปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ
#อัพเดททันทุกข่าวกีฬา
#ข่าวบาสเกตบอลวันนี้
#ข่าวฟุตบอลอัปเดตล่าสุด

