บาสไทย U18

บาสไทย U18 แพ้ไชนีสไทเป 62-110 เปิดปัญหา Pick&Roll และเกมรุก

บาสไทย U18 ต้องพบกับบททดสอบที่หนักอีกครั้งใน FIBA U18 Asia Cup 2026 หลังพ่ายให้กับไชนีสไทเป 62-110 คะแนน แต่หากมองให้ลึกกว่าผลการแข่งขัน เกมนี้มีรายละเอียดทางสถิติที่น่าสนใจ โดยเฉพาะประสิทธิภาพของเกมรุกไทย ซึ่งสะท้อนทั้งจุดที่ทีมทำได้ดีและปัญหาที่ควรนำไปพัฒนาต่อ

แม้สกอร์จะห่างถึง 48 คะแนน แต่ข้อมูลการเล่นไม่ได้บอกว่าไทยเสียเปรียบทุกด้าน โดยเฉพาะเกมรีบาวด์ เกมบุกใต้แป้น และการสร้างโอกาสยิงจาก Offensive Rebound ขณะที่จุดที่น่ากังวลอย่างชัดเจนคือการรับมือ Transition Offense และประสิทธิภาพของ Pick&Roll

บาสไทย U18 เสีย Fastbreak หนัก แต่ยังสร้างโอกาสยิงได้มากกว่า

ตัวเลข Basic Stats ของเกมนี้สะท้อนภาพค่อนข้างชัดว่าไชนีสไทเปสามารถลงโทษไทยจากเกมสวนกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทำ Fastbreak Points ได้ถึง 39 คะแนน ขณะเดียวกันยังยิงสามคะแนนได้ 7 จาก 19 ครั้ง คิดเป็น 36.8%

ไทยเองเสีย Turnover มากถึง 24 ครั้ง ซึ่งเปิดโอกาสให้คู่แข่งเปลี่ยนเกมรับเป็นเกมรุกได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือไทยไม่ได้เสียเปรียบเรื่องจำนวนโอกาสครองบอลอย่างที่สกอร์อาจทำให้เข้าใจ

หนึ่งในเหตุผลสำคัญมาจากการทำ Offensive Rebound ที่ทำได้ถึง 26 ครั้ง

การเก็บรีบาวด์เกมบุกจำนวนมากทำให้ไทยมีโอกาสยิงซ้ำและสร้าง Possession เพิ่มขึ้น แม้จะเสียบอลไปถึง 24 ครั้งก็ตาม แต่ปัญหาคือการเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้กลายเป็นคะแนนยังทำได้ไม่ดีพอ

ไทยมี Second Chance Points เพียง 19 คะแนน จาก 26 Offensive Rebounds ขณะที่ไชนีสไทเปเก็บ Offensive Rebound ได้เพียง 16 ครั้ง แต่กลับทำ Second Chance Points ได้ถึง 24 คะแนน

พูดง่าย ๆ คือ ไทยสร้างโอกาสครั้งที่สองได้ดี แต่ยังใช้โอกาสเหล่านั้นได้ไม่คุ้มค่า

Tracking Data ชี้ Put Back คือเกมรุกที่มีประสิทธิภาพที่สุด

เมื่อเจาะเข้าไปดู Tracking Data และแบ่งเกมออกเป็น First Half, Second Half และ Full Game จะเห็นรูปแบบที่น่าสนใจมากขึ้น

ครึ่งแรก: Transition เยอะ แต่ประสิทธิภาพต่ำ

ในช่วงครึ่งแรก การเล่นที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดของไทยคือ Put Back โดยมีค่า 1.33 PPP จากการเล่น 6 ครั้ง ซึ่งหมายความว่าการเก็บบอลจาก Offensive Rebound แล้วจบสกอร์ทันทีใต้แป้นเป็นหนึ่งในวิธีการทำแต้มที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

แต่รูปแบบการเล่นที่ไทยใช้บ่อยที่สุดกลับเป็น Transition Offense จำนวน 15 ครั้ง ซึ่งมีประสิทธิภาพเพียง 0.47 PPP

รองลงมาคือ Organized Offense จำนวน 9 ครั้ง ทำได้ 0.67 PPP และ Single Pick&Roll จำนวน 8 ครั้ง ซึ่งมีเพียง 0.25 PPP

ตัวเลขดังกล่าวเริ่มสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาของไทยไม่ได้อยู่ที่การสร้างโอกาสเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ คุณภาพในการจบแต่ละ Possession

ครึ่งหลัง: Transition ดีขึ้น แต่ Pick&Roll กลับมีปัญหาหนัก

ครึ่งหลัง Put Back ยังคงเป็นการเล่นที่มีประสิทธิภาพสูง โดยทำได้ 1.00 PPP

ที่น่าสนใจคือ Transition Offense พัฒนาขึ้นอย่างมาก ไทยเล่น Transition 10 ครั้ง และทำได้ถึง 1.20 PPP

เมื่อแยกประเภทการจบเกมสวนกลับออกมา พบว่า Pull Up มีประสิทธิภาพ 3.00 PPP จากการเล่นเพียงครั้งเดียว, Spot Up อยู่ที่ 0.50 PPP จาก 6 ครั้ง และ Attack the Rim อยู่ที่ 1.00 PPP จาก 5 ครั้ง

แต่ในขณะที่ Transition ดีขึ้น การเล่น Single Pick&Roll กลับสวนทางอย่างชัดเจน

ไทยเล่น Single Pick&Roll มากถึง 14 ครั้งในครึ่งหลัง แต่ทำได้ 0.00 PPP หรือไม่มีคะแนนจากการเล่นประเภทนี้เลย และยังเกิด Turnover ถึง 4 ครั้ง

นี่จึงเป็นหนึ่งในจุดที่น่าจับตามองที่สุดของเกมนี้

Pick&Roll กลายเป็น Pain Point ของเกมรุกไทย

เมื่อดูข้อมูล Full Game จะเห็นภาพชัดเจนขึ้น

Organized Offense

  • 0.65 PPP
  • Frequency 15.18%
  • Success Rate 23.53%
  • Turnover Rate 11.76%

Single Pick&Roll

  • 0.09 PPP
  • Frequency 19.64%
  • Success Rate 4.55%
  • Turnover Rate 18.18%

Transition Offense

  • 0.76 PPP
  • Frequency 22.32%
  • Success Rate 32.00%
  • Turnover Rate 0%

Freelance

  • 0.60 PPP
  • Frequency 13.39%
  • Success Rate 26.67%
  • Turnover Rate 13.33%

Put Back

  • 1.18 PPP
  • Frequency 9.82%
  • Success Rate 45.45%
  • Turnover Rate 0%

จากตัวเลขทั้งหมด Put Back คือการเล่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ขณะที่ Transition Offense เป็นรูปแบบที่ถูกใช้บ่อยที่สุด

ตรงกันข้าม Single Pick&Roll ซึ่งถูกใช้บ่อยเป็นอันดับ 2 กลับมีประสิทธิภาพต่ำที่สุดอย่างชัดเจน

Off-Screen คือจุดที่ซ่อนอยู่ใน Organized Offense

อย่างไรก็ตาม หากมองเพียงตัวเลข Organized Offense ที่ 0.65 PPP อาจทำให้เข้าใจว่าเกมรุกแบบ Set Play ของไทยไม่มีประสิทธิภาพมากนัก

แต่เมื่อ Breakdown รายละเอียดของ Action ภายในแผนออกมา จะพบอีกภาพหนึ่ง

หนึ่งในจุดที่ทำผลงานได้ดีคือ Off-Screen โดยมีประสิทธิภาพสูงถึง 1.00 PPP จากการเล่น 9 ครั้ง

ยิ่งถ้านับเฉพาะจังหวะที่ผู้เล่นวิ่งออกจาก Off-Screen แล้วรับบอลยิงทันที หรือ Spot Up ตัวเลขจะสูงถึง 1.13 PPP จาก 8 ครั้ง

จุดนี้สำคัญ เพราะแสดงให้เห็นว่า Organized Offense ของไทยไม่ได้มีปัญหาทั้งหมด แต่ปัญหาอยู่ที่ Action บางประเภทที่ถูกนำมาใช้ภายในระบบ

ทำไม Pick&Roll ถึงทำงานได้ไม่ดี?

จากแผนการเล่นที่เห็นในเกม ทีมไทย U18 มีการใช้ Pick&Roll เป็นส่วนประกอบสำคัญของหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Spain Pick&Roll, Set Play ที่มีการใช้ Off-Screen รวมถึงการเล่น Two-Man Game บริเวณหัวกะโหลก

เมื่อ Breakdown เฉพาะผลลัพธ์ของ Pick&Roll พบว่า

PnR Ballhandler ทำได้ 0.00 PPP จากทั้งหมด 18 ครั้ง โดยแบ่งเป็น Pull Up 12 ครั้ง และ Attack the Rim 6 ครั้ง ขณะที่การ Attack the Rim ยังนำไปสู่ Turnover 3 ครั้ง

ส่วน PnR Rollman ทำได้ 0.67 PPP จากการเล่น 3 ครั้ง

ตัวเลขจึงชี้ให้เห็นว่า Ballhandler ของไทยมีปัญหาในการสร้างผลลัพธ์จาก Pick&Roll อย่างชัดเจน

ในมุมมองจากฟิล์มการแข่งขัน สาเหตุหนึ่งที่เป็นไปได้คือพื้นที่สำหรับ Ballhandler ในการตัดสินใจมีไม่มากพอ เมื่อใช้ Pick&Roll แล้วทางเลือกในการเล่นต่อค่อนข้างจำกัด

การจ่ายให้ Rollman อาจทำได้ยาก ขณะที่การพาบอลเข้าไปจบเองก็มีโอกาสเสีย Turnover หากไม่สามารถไปถึงห่วงได้ สุดท้ายจึงต้องพึ่ง Pull Up ซึ่งไม่ได้สร้างประสิทธิภาพมากนัก

แน่นอนว่านี่เป็นการวิเคราะห์จากฟิล์มการแข่งขันร่วมกับ Tracking Data ไม่ใช่ข้อสรุปว่าเป็นสาเหตุเดียวของปัญหา แต่ตัวเลข 0.09 PPP จาก Single Pick&Roll ทำให้ประเด็นนี้มีน้ำหนักเพียงพอที่จะนำไปพิจารณาต่อ

สิ่งที่เกมนี้บอกเกี่ยวกับ บาสไทย U18

เกมกับไชนีสไทเปไม่ได้มีเพียงเรื่องของผลแพ้ 62-110 แต่ยังเปิดให้เห็นรายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับโครงสร้างเกมรุกของบาสไทย U18

ไทยสามารถสร้างโอกาสจาก Offensive Rebound ได้ดี และ Put Back เป็นการเล่นที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด นอกจากนี้ Off-Screen ภายใน Organized Offense ก็มีตัวเลขที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการออกมารับบอลแล้วยิงทันที

ในทางกลับกัน Transition Offense แม้จะเป็นรูปแบบที่ใช้บ่อยที่สุด แต่ครึ่งแรกยังมีประสิทธิภาพต่ำ ขณะที่ปัญหาหลักที่สุดอยู่ที่ Pick&Roll โดยเฉพาะการตัดสินใจของ Ballhandler ซึ่งเป็นจุดที่เห็นทั้งจาก Tracking Data และฟิล์มการแข่งขัน

ท้ายที่สุด เกมนี้จึงอาจมองได้ว่า บาสไทย U18 ยังมีจุดแข็งในการสร้างโอกาสครั้งที่สองและการใช้ Off-Screen แต่จำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพการจบสกอร์และแก้ปัญหา Pick&Roll หากสามารถยกระดับคุณภาพของ Possession เหล่านี้ได้ เกมรุกของทีมจะมีความหลากหลายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างแน่นอน

#อัพเดททันทุกข่าวกีฬา
#ข่าวบาสเกตบอลวันนี้
#ข่าวฟุตบอลอัปเดตล่าสุด

กติกาบาสเกตบอล 3X3

กติกาบาสเกตบอล 3X3 ฉบับเข้าใจง่าย อัปเดตกติกาพื้นฐาน พร้อม FAQ

ประวัติ สตีเฟน เคอร์รี

ประวัติ สตีเฟน เคอร์รี กับจุดเริ่มต้นความแม่น จากสนามหลังบ้านสู่ NBA

FAQ