การแข่งขัน NBA ระหว่าง ดีทรอยต์ พิสตันส์ กับ ชาร์ล็อตต์ ฮอร์เน็ตส์ กลายเป็นที่พูดถึงไปทั่ว หลังเกิดเหตุปะทะกันอย่างรุนแรงในช่วงควอเตอร์ที่สาม ส่งผลให้มีผู้เล่นถูกไล่ออกจากสนามถึง 4 คน และทำให้บรรยากาศในสนามตึงเครียดตลอดช่วงเวลาที่เหลือของเกม ก่อนที่พิสตันส์จะปิดเกมคว้าชัย 110-104 คะแนน
เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นจากจังหวะฟาวล์ใต้แป้น ก่อนจะลุกลามกลายเป็นการเผชิญหน้ากันเป็นวงกว้าง จนเจ้าหน้าที่และผู้ตัดสินต้องเข้าควบคุมสถานการณ์
ชนวนเหตุปะทะกลางควอเตอร์สาม ศึกพิสตันส์–ฮอร์เน็ตส์
จังหวะปัญหาเกิดขึ้นขณะ เจเลน ดูเรน ของพิสตันส์ กำลังเลี้ยงบอลเข้าหาห่วงและถูก มูสซา ดิอาบาเต้ ของฮอร์เน็ตส์ทำฟาวล์ จากนั้นทั้งสองมีปากเสียงและเผชิญหน้ากันใกล้ระยะ ก่อนจะเกิดการผลักและชกตอบโต้กัน ทำให้ผู้เล่นจากทั้งสองทีมกรูเข้ามาเกี่ยวข้อง
ไมล์ส บริดจ์ส เข้ามาร่วมวงปะทะ ขณะที่ ไอเซอาห์ สจ๊วร์ต ออกจากม้านั่งสำรองเข้ามาเผชิญหน้ากับบริดจ์ส ส่งผลให้สถานการณ์บานปลายอย่างรวดเร็ว และต้องใช้เวลานานกว่าจะควบคุมได้
หลังตรวจสอบภาพช้า ผู้ตัดสินตัดสินใจไล่ มูสซา ดิอาบาเต้ และ ไมล์ส บริดจ์ส ของฮอร์เน็ตส์ รวมถึง เจเลน ดูเรน และ ไอเซอาห์ สจ๊วร์ต ของพิสตันส์ ออกจากสนามทันที
คำชี้แจงหลังเกมและบรรยากาศที่ตึงเครียด
ดูเรน อธิบายหลังเกมว่าเป็นผลจากเกมที่มีความเข้มข้นสูง
“ทุกคนแข่งขันกันเต็มที่ อารมณ์มันเลยพลุ่งพล่าน เราอยากให้มันเป็นบาสเกตบอล แต่บางครั้งเรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นได้”ฝั่ง เจบี บิ๊กเกอร์สตาฟฟ์ เฮดโค้ชพิสตันส์ ออกมาปกป้องลูกทีม โดยชี้ว่าผู้เล่นของเขาไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่ม และเพียงป้องกันตัวเมื่อสถานการณ์ลุกลาม
ขณะที่ จอห์น โกเบิล หัวหน้าผู้ตัดสิน ระบุว่าเป็นการกระทำผิดกติกาในช่วงเกมหยุด จึงต้องใช้บทลงโทษขั้นสูงสุดตามระเบียบลีกความตึงเครียดยังไม่จบง่าย ๆ เมื่อในควอเตอร์สุดท้าย ชาร์ลส์ ลี เฮดโค้ชฮอร์เน็ตส์ ถูกไล่ออกเพิ่มอีกหนึ่งราย จากการแสดงท่าทีไม่พอใจคำตัดสินอย่างรุนแรง
แม้จะมีเหตุวุ่นวาย แต่พิสตันส์ยังคุมเกมได้จนจบและคว้าชัยชนะไปได้ ท่ามกลางเกมที่ถูกจดจำจากเหตุปะทะมากกว่าผลการแข่งขัน

