เดจอนเต้ เมอร์เรย์ การ์ดวัย 29 ปีของ นิวออร์ลีนส์ เพลิแคนส์ เตรียมกลับมาลงสนามอีกครั้ง หลังใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายจากอาการเอ็นร้อยหวายฉีกขาดที่เท้าขวานานกว่า 1 ปี ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทีมอยู่ในช่วงสร้างใหม่และโอกาสลุ้นเพลย์ออฟค่อนข้างริบหรี่
แม้จะสามารถเลือกพักยาวได้โดยไม่กระทบต่อสัญญา แต่เมอร์เรย์ยืนยันว่าแรงผลักดันสำคัญของเขาคือความรักในเกมบาสเกตบอล และความตั้งใจที่จะลงเล่นเพื่อทีมและแฟน ๆ ในนิวออร์ลีนส์
เดจอนเต้ เมอร์เรย์ เลือกลงเล่น แม้ทีมอยู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน
การกลับมาของเดจอนเต้ เมอร์เรย์ เกิดขึ้นในช่วงที่โครงสร้างฝ่ายบริหารของเพลิแคนส์เปลี่ยนแปลงไปแล้ว จากยุคของเดวิด กริฟฟิน สู่การดูแลทีมโดยโจ ดูมาร์ส ซึ่งเลือกดราฟต์ Jeremiah Fears การ์ดดาวรุ่งเข้ามาเป็นอนาคตของทีม
อย่างไรก็ตาม เมอร์เรย์ไม่ได้รู้สึกว่าตนเองถูกลดบทบาท ตรงกันข้าม เขามองว่าหน้าที่ของตนคือการเป็นแบบอย่างให้ผู้เล่นรุ่นใหม่ พร้อมพิสูจน์ว่ายังสามารถกลับมาเป็นการ์ดระดับแนวหน้าของลีกได้อีกครั้ง
เขาย้ำชัดว่าการลงสนามครั้งนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเรื่องเงินหรือชื่อเสียง แต่เป็นความหลงใหลในกีฬาบาสเกตบอลล้วน ๆ และเชื่อว่าช่วงพีกของอาชีพยังมาไม่ถึง
เส้นทางชีวิตนักสู้ จากเจ็บหนัก สู่ความหวังบทใหม่กับเพลิแคนส์
เส้นทางของเดจอนเต้ เมอร์เรย์ เต็มไปด้วยบททดสอบ ตั้งแต่ช่วงแรกกับ ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส ที่ยังไม่ถูกจับตามอง จนกระทั่งได้รับบาดเจ็บเข่ารุนแรงและต้องพักยาวทั้งฤดูกาล 2018-19 ก่อนกลับมาพัฒนาเป็นผู้เล่นออลสตาร์ในอีกไม่กี่ปีถัดมา
เขาถูกเทรดไป แอตแลนตา ฮอว์กส์ ในปี 2022 และทำผลงานได้มากกว่า 20 คะแนนต่อเกม ก่อนจะย้ายมาเพลิแคนส์ในปี 2024 แต่โชคร้ายได้รับบาดเจ็บตั้งแต่นัดแรก และมาเจ็บเอ็นร้อยหวายซ้ำในต้นปี 2025
ล่าสุด เจมส์ บอร์เรโก เฮดโค้ชชั่วคราวของทีม ชื่นชมความมุ่งมั่นของเมอร์เรย์ที่อยากกลับมาลงเล่นโดยเร็ว พร้อมยอมรับว่ายังเร็วเกินไปจะตัดสินบทบาทระยะยาวของเขาในแผนสร้างทีมใหม่
การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การคืนสนามของผู้เล่นคนหนึ่ง แต่คือการพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งของ เดจอนเต้ เมอร์เรย์ ว่าเขายังมีคุณค่าในเวที NBA และยังพร้อมสู้เพื่อทีมและแฟนบาสในนิวออร์ลีนส์

