ดั๊ก โม อดีตเฮดโค้ชเจ้าของรางวัลโค้ชยอดเยี่ยมแห่งปีของ NBA และหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลที่สุดต่อยุคทองของเดนเวอร์ นัคเก็ตส์ เสียชีวิตลงด้วยวัย 87 ปี หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ทิ้งมรดกทางบาสเกตบอลที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ สีสัน และสไตล์การทำทีมที่แตกต่างจากใครในยุคเดียวกัน
เส้นทางโค้ชผู้ปลุกพลังเกมรุกแห่งเดนเวอร์
ดั๊ก โม สร้างชื่อเสียงสูงสุดกับ เดนเวอร์ นัคเก็ตส์ ในช่วงทศวรรษ 1980 ด้วยแนวคิด “บุกก่อน คิดทีหลัง” ทีมของเขาครองสถิติเป็นหนึ่งในทีมที่ทำคะแนนได้มากที่สุดของลีกติดต่อกันหลายฤดูกาล และกลายเป็นภาพจำของแฟนบาสยุคนั้น
ตลอดอาชีพหัวหน้าโค้ช 15 ฤดูกาล โมมีผลงานชนะ 628 เกม แพ้ 529 เกม คุมทีมทั้งซานอันโตนิโอ สเปอร์ส, เดนเวอร์ นัคเก็ตส์ และฟิลาเดลเฟีย เซเว่นตี้ซิกเซอร์ส โดยช่วงพีคที่สุดคือปี 1988 เมื่อเขาคว้ารางวัลโค้ชยอดเยี่ยมแห่งปีของ NBA
แม้ไม่เคยพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ แต่เดนเวอร์ภายใต้การคุมทีมของเขาเคยทะลุถึงรอบชิงแชมป์สายตะวันตก และฝากสถิติระดับประวัติศาสตร์ไว้มากมาย หนึ่งในนั้นคือเกมที่มีคะแนนรวมสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ NBA ซึ่งสะท้อนแนวคิดเกมรุกเต็มพิกัดของโมอย่างชัดเจน
บุคลิกข้างสนามและมรดกที่มากกว่าชัยชนะ
สิ่งที่ทำให้ดั๊ก โมแตกต่างจากโค้ชทั่วไป ไม่ใช่แค่แท็กติก แต่คือบุคลิกข้างสนาม เสื้อสูทไม่เนี้ยบ ผมยุ่ง เสียงแหบจากการตะโกนสั่งลูกทีม และคำพูดตรงไปตรงมาที่บางครั้งรุนแรง แต่แฝงด้วยอารมณ์ขัน
แม้จะดุเดือดในเกมการแข่งขัน ทว่าในชีวิตจริง เขาเป็นคนกันเองและมีน้ำใจกับผู้เล่นและคนรอบข้าง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สุดของวงการกีฬานครเดนเวอร์ในยุคนั้น
นัคเก็ตส์เคยยกย่องเขาในฐานะผู้นำที่พาทีมเข้าสู่ช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์สโมสร และชื่อของดั๊ก โมจะถูกจดจำในฐานะโค้ชที่ทำให้คำว่า “เกมรุกคือความบันเทิง” กลายเป็นตัวตนของเดนเวอร์
การจากไปของเขา ไม่เพียงหมายถึงการสูญเสียโค้ชระดับตำนาน แต่ยังเป็นการปิดฉากยุคหนึ่งของบาสเกตบอล NBA ที่เต็มไปด้วยความกล้าเล่น กล้าลอง และกล้าสร้างความแตกต่าง

